Skip to main content

ภาษา

 

ยูเอ็นเอชซีอาร์เรียกร้องการยุติความรุนแรง และขอการเข้าถึงผู้พลัดถิ่นในรัฐยะไข่ของพม่าเพื่อให้ความช่วยเหลือ

ตั้งแต่ความรุนแรงระหว่างชุมชนเกิดขึ้นอีกครั้งในบางส่วนของรัฐยะไข่ ประเทศพม่าในวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้คนนับพันคนได้ลี้ภัยไปอยู่บนเรือเพื่อเดินทางไปที่เมืองซิตเว

 

เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า (ยูเอ็นเอชซีอาร์) – หน่วยงานผู้ลี้ภัยสหประชาชาติกล่าวถึงความความรุนแรงที่เกิดขึ้นอีกครั้งในรัฐยะไข่ รัฐทางตะวันตกของพม่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลได้กล่าวว่ากว่า 28,000 คนต้องพลัดถิ่นจากบ้านตนเอง "เห็นได้ชัดว่ากฎหมายและกฏระเบียบควรถูกกลับนำมาใช้อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และการเข้าถึงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นควรทำให้เกิดขึ้นเพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงพวกเขาได้" เอเดรีย เอ็ดเวิร์ด โฆษกยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าวกับนักข่าวในเจนีวา

ตั้งแต่ความไม่สงบระหว่างชุมชนที่เกิดครั้งล่าสุดในวันที่ 21ตุลาคม เจ้าหน้าที่รัฐยะไข่คาดว่าหลายสิบคนเสียชีวิต และบ้านกว่า 4,600หลังคาเรือนถูกเผา ในเมือง Minbya, Myebon, Mrauk-U, Pauk Taw, Rathedaung, Kyauk phyu, Ramree และ Kyauk Taw

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยูเอ็นเอชซีอาร์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆเข้าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ "เราเห็นพื้นที่ที่ถูกทำให้เสียหาย และการพลัดถิ่นที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง เจ้าหน้าที่ของเราตั้งข้อสังเกตว่าผู้พลัดถิ่นในประเทศตนเองมากมายตกอยู่ในพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง" เอ็ดเวิร์ดกล่าว

กว่า 3,000คนได้ลี้ภัยทางเรือเพื่อไปเมืองหลวงของรัฐซิตเวเพื่อขอความช่วยเหลือในค่ายสำหรับผู้พลัดถิ่นในประเทศ ค่ายเหล่านี้อยู่ในและรอบ ๆ เมืองซิตเวเพื่อรองรับคนกว่า75,000คน ซึ่งต้องพลัดถิ่นจากความรุนแรงในรัฐยะไข่ที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

การหลั่งไหลของผู้พลัดถิ่นครั้งใหม่นี้ ทำให้ค่ายที่มีความหนาแน่นมากอยู่แล้ว ทั้งด้านพื้นที่ที่อยู่อาศัย และสิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่นอาหารและน้ำถูกเพิ่มการใช้เข้าไปอีก อีกทั้งราคาอาหารในพื้นที่ถูกคิดเพิ่มสองเท่า และแพทย์รักษาผู้ป่วยและได้รับบาดเจ็บมีไม่เพียงพอ

ผู้พลัดถิ่นจำนวนมากได้พบ และอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงในชุมชนที่อยู่ใกล้ และอาศัยอยู่ในค่ายผู้พลัดถิ่นในประเทศที่เมืองซิตเวและยังมีผู้พลัดถิ่นที่ระบุจำนวนไม่ได้ได้พลัดถิ่นเข้าไปในแถบภูเขาในสถานที่เช่น Pauk Taw และ Myebon คาดว่าอีก 6,000คนมีการติดอยู่บนเรือหรือบนเกาะเล็กเกาะน้อยของพม่าในแถบชายฝั่งตะวันตก เพื่อรอคอยที่ๆปลอดภัยไป ที่ๆพวกเขาจะได้รับความช่วยเหลือ

ชาวบ้านบางกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ยังคงอยู่ในหมู่บ้านของพวกเขา อาศัยอยู่ในสภาพที่น่าสงสาร และรอคอยในความหวังว่าพวกเขาจะสามารถสร้างบ้านของพวกเขาได้อีกครั้ง มีรายงานว่าประชาชนถูกคุกคามว่าบ้านของพวกเขาจะถูกเผาเพื่อเป็นการสร้างความหวาดกลัว และให้ลี้ภัย

ในเจนีวา เอ็ดเวิร์ด กล่าวว่า เนื่องจากยูเอ็นเอชซีอาร์เป็นส่วนหนึ่งของสหประชาชาติ และเป็นหน่วยงานที่สามารถให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้อย่างเร่งด่วน ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้จัดส่งผ้าพลาสติกเพื่อเป็นที่พักพิงสำหรับคน 2,000 คนในหมู่บ้านเมือง Minbya เมื่อไม่นานมานี้

ผ้าพลาสติกผ้าห่ม และมุ้งกันยุงกำลังถูกส่งใปที่เมืองซิตเวเพื่อช่วยเหลือผู้พลัดถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งของช่วยเหลือเพิ่มเติมจากสิ่งของบรรเทาทุกข​​์และสิ่งของช่วยเหลือเบื้องต้นที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้ส่งไปช่วยเหลือกว่า 54,000 คนค่ายผู้พลัดถิ่นในประเทศในไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกันยูเอ็นเอชซีอาร์ได้ประสานงานไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้พวกเขาเปิดชายแดนสำหรับช่วยเหลือคนเหล่านี้ที่กำลังมองหาความปลอดภัยจากความไม่สงบในรัฐยะไข่ "เราพร้อมที่จะช่วยเหลือรัฐบาลในการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมนี้" เอ็ดเวิร์ด ย้ำ

โดยแอนนา ลิตเติ้ล ในย่างกุ้ง ประเทศพม่า