Skip to main content

ภาษา

 

ร่วมคุ้มครองชีวิตที่เกิดใหม่ รัฐบาลไทยมอบสูติบัตร จุดเริ่มต้นชีวิตที่ดีให้กับเด็กผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

ขั้นตอนสำคัญเพื่อป้องกันการไร้สัญชาติ รัฐบาลไทยได้ออกสูติบัตรกว่า 5,000 ใบ ให้กับทารกแรกเกิดที่ได้ถือกำเนิดในที่พักพิงชั่วคราวใกล้กับชายแดนไทย-พม่า

 

ค่ายผู้ลี้ภัยถ้ำหิน, ประเทศไทย, (ยูเอ็นเอชซีอาร์) –ถ้าไม่บอกว่านี่คือห้องทำงานในค่ายผู้ลี้ภัย คงคิดว่าที่นี่คือแผนกสูติ ห้องที่เต็มไปของทารกแรกเกิดที่อยู่ในห่อผ้าขนหนูหลังจากการกล่อมและเปลี่ยนผ้าอ้อม เด็กๆนอนหาวอยู่ในผ้าคาดไหล่ของผู้เป็นพ่อแม่ เสียงที่เข้ามาแทนที่เสียงร้องของทารกคือเสียงการเตรียมเอกสาร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิตน้อยๆเหล่านี้

นี่เป็นวันลงทะเบียนการเกิด ที่ค่ายผู้ลี้ภัยถ้ำหิน จังหวัดราชบุรี ซึ่งห่างจากชายแดนไทย-พม่า ประมาณ12กิโลเมตร  เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนใส่เสื้อยืดที่เขียนว่า "ลงทะเบียนการเกิดวันนี้ เพื่อปกป้องลูกของคุณ" กำลังช่วยให้ทารกแรกเกิดได้มีสูติบัตร

ในขณะที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยสนใจความสำคัญของสูติบัตรเท่าไรนัก แต่ทารกผู้ลี้ภัยจากพม่า บุคคลในความห่วงใยของยูเอ็นเอชซีอาร์ และคนอื่นๆเพิ่งได้มีโอกาสได้รับสิทธินี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วเท่านั้น เมื่อประเทศไทยได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติทะเบียนราษฎร ที่ระบุว่าเด็กทุกคนเกิดในประเทศที่มีสิทธิจดทะเบียนเกิดแม้ว่าพ่อแม่ของพวกเขาไม่ใช่สัญชาติไทย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเพื่อป้องกันผู้ลี้ภัยจากการไร้สัญชาติ

ใบสูติบัตรไม่ไช่ใบมอบสัญชาติไทยให้กับเด็กผู้ลี้ภัย แต่เป็นการบันทึกทางกฎหมายที่ระบุสถานที่ที่เด็กผู้ลี้ภัยเกิด ชื่อพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด สูติบัตรเป็นกุญแจสำคัญที่จะพิสูจน์ตัวตนของเด็ก และพวกเขาสามารถใช้เอกสารนี้เพื่อรับสัญชาติเมื่อเขาหรือเธอสามารถกลับบ้านได้ในที่สุด

ปีวัน เม *อายุ 40ปีมาจากหมู่บ้าน นีตูในรัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า เธออธิบายถึงเหตุผลที่เ​​ธอจำเป็นต้องมาลงทะเบียนให้ลูกน้อยของเธอไกลขนาดนี้ ว่าเมื่อ 15 ปีที่แล้ว คนทั้งหมู่บ้านของเธอถูกบังคับให้หนีออกจากบ้านของพวกเขา เนื่องจากการปะทะระหว่างกลุ่มทหารและผู้ต่อต้าน "เป็นเวลาหนึ่งเดือนที่เรานอนอยู่บนใบไม้ในป่า และต้องย้ายที่หลบไปเรื่อยๆเพราะสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นไม่หยุด" เธอจำได้ว่า "การลี้ภัยเป็นเรื่องยากมาก ฉันกับลูกน้อย 2 คน ต้องเดินผ่านป่าและปีนข้ามภูเขาเพื่อเอาชีวิตรอด  ร่างกายของฉันเจ็บปวดและเหนื่อยล้ามากเหลือเกิน "

ในที่สุดพวกเขามาถึงประเทศไทยและถูกย้ายไปค่ายผู้ลี้ภัยถ้ำหิน วันนี้ ปีวัน เม มีลูกหกคนแล้ว และคนสุดท้องเพิ่งได้รับสูติบัตร "พวกเขาประกาศในค่ายผู้ลี้ภัยว่าทารกแรกเกิดทุกคนจะต้องได้รับการจดทะเบียนเพื่อบัน​​ทึกชื่อของพวกเขา และหวังว่าการลงทะเบียนสำหรับผลประโยชน์ในอนาคต" เธอกล่าวในขณะที่เธอกำลังเก็บสูติบัตรอย่างดีในที่ๆปลอดภัยกับเอกสารอื่น ๆ ของเธอ

ก่อนที่การลงทะเบียนเกิดกำลังจะเริ่มขึ้นครั้งแรก ยูเอ็นเอชซีอาร์และรัฐบาลดำเนินการโครงการสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ลี้ภัยจากประเทศพม่าให้มาลงทะเบียนการเกิดของลูกๆของพวกเขาที่เกิดในแผ่นดินไทย นอกจากมีทำผ่านการประชุมคณะกรรมการ เป็นหนึ่งในกิจกรรมโครงการสร้างความตระหนักรู้ ยังมีการให้ความรู้โดยเจ้าหน้าที่องค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสาธารณสุขในค่ายโปสเตอร์เสื้อยืด และสิ่งพิมพ์อื่นๆที่จะให้ความรู้ และเข้าถึงผู้ลี้ภัยได้

"เราอธิบายให้ผู้ลี้ภัยในค่ายผู้ลี้ภัยว่าการที่ได้ใบจดทะเบียนเกิดจะช่วยให้เด็กๆเข้าถึงการศึกษาได้รับการดูแลสุขภาพ และการจ้างงานในอนาคต และปกป้องพวกเขาจากการไร้สัญชาติ การแต่งงานก่อนวัยอันควร และการค้ามนุษย์" เอมิลี่ โบโจวิค เจ้าหน้าที่ฝ่ายความคุ้มครองผู้ลี้ภัย กล่าวที่ค่ายผู้ลี้ภัยถ้ำหิน

"แต่สำหรับบางคนที่รู้สึกว่าเหตุผลพวกนั้นยังไม่สำคัญพอ เพราะพวกเขา และเด็กๆได้เข้าถึงการดูแลสุขภาพและการศึกษาในค่ายอยู่แล้ว และไม่เห็นความจำเป็นของการคุ้มครองเหล่านั้น" เธอกล่าว "ดังนั้นเราจึงต้องอธิบายว่า คุณไม่มีทางทราบว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และนี่เป็นกระบวนการง่ายๆที่จะช่วยให้ลูกๆของคุณมีชีวิตต่อไปในภายภาคหน้าได้อย่างปลอดภัย พ่อแม่ทุกคนอยากที่จะทำดีที่สุดให้ลูกๆของพวกเขา ดังนั้นแม้แต่ผู้ที่ไม่แน่ใจว่าการลงทะเบียนเกิดนั้นสำคัญแค่ไหน แต่พวกเขาก็จะพาเด็กๆมาได้รับการจดทะเบียนและรับหนังสือรับรองการเกิด "

แมว เลย์*ผู้ลี้ภัยวัย23 ปีได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของยูเอ็นเอชซีอาร์ เพราะตัวเธอเองไม่เคยมีเอกสารบัตรประจำตัวอะไรนอกจากเอกสารสถานะผู้ลี้ภัยซึ่งเปื่อยยุ่ยจากการพลิกและพับเป็นปีๆ ห้าสัปดาห์ที่แล้วเธอให้กำเนิดลูกคนที่สองของเธอในคลินิกที่ค่าย ที่ดำเนินการโดยองค์กรอินเตอร์เนชั่นแนล เรสคิว คอมมิตตี (ไออาร์ซี) องค์กรพัฒนาภาคเอกชน เจ้าหน้าที่คลินิกได้ทำการรับรองการเกิด และส่งให้เจ้าหน้าที่อำเภอ ซึ่งจะมารับการลงทะเบียนเกิดที่ค่ายผู้ลี้ภัยถ้ำหิน เพื่อดำเนินการลงทะเบียนการเกิดและการปรับปรุงระเบียนครอบครัว โดยมีการกรอกข้อมูลสำคัญต่างๆ และการถ่ายภาพทารก

สำหรับเด็กที่คลอดในโรงพยาบาลที่อยู่นอกค่ายผู้ลี้ภัย ประเทศไทยได้จัดตั้งฐานข้อมูลที่เชื่อมต่อระหว่างโรงพยาบาลและสำนักงานทะเบียนราษฎร เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของเด็กๆจะถูกลงทะเบียนในระบบทะเบียนราษฎรเช่นเดียวกัน

แมว เลย์ ได้มารับสูติบัตรลูกชายของเธอ หลังจากขอลงทะเบียนไปหลายสัปดาห์ก่อน "นี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตทางการศึกษาของเขา หรือถ้าเขาต้องการที่จะตั้งถิ่นฐานใหม่ในอนาคต" เธอกล่าว ในขณะที่เธอก็ไม่แน่ใจเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง แต่เธอที่มีความหวังสูงสำหรับทารกแรกเกิดของเธอ "ถ้าเขาจะฉลาดพอ ที่ฉันก็หวังอยากให้เขาทำงานเป็นหมอที่คลินิก"

ทารกกว่า 5,000คนแล้วที่ได้รับสูติบัตรที่รัฐบาลออกให้แด็กผู้ลี้ภัยที่เกิดในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่ง และอีกหลายคนที่รอที่จะได้ใช้สิทธินี้ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐบาลและยูเอ็นเอชซีอาร์กำลังเริ่มลงทะเบียนให้เด็กที่เกิดในที่ค่ายผู้ลี้ภัยในปีที่ผ่านมาและยังไม่ได้ลงทะเบียน

ในการประชุมระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและคนไร้สัญชาติที่จัดขึ้นในกรุงเจ​​นีวาเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ให้​​คำมั่นว่าเด็กผู้ลี้ภัยทุกคน และบุคคลที่อยู่ในความห่วงใยของยูเอ็นเอชซีอาร์จะได้เข้าถึงให้ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กโดยไม่เลือกปฏิบัติ และเด็กที่เกิดในประเทศไทยทุกคนมีสิทธิที่จะจดทะเบียนเกิด และสิทธิอื่น ๆ ภายใต้มาตรา 7 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของเด็ก

ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้สนับสนุนการโครงการออกสูติบัตรให้เด็กผู้ลี้ภัยของประเทศไทยเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ทั้งภูมิภาค และหวังว่าเด็กที่เกิดก่อนกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ยังสามารถมีโอกาสจดทะเบียนเกิดได้

ชื่อ * มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความปลอดภัยของผู้ลี้ภัย