Skip to main content

ภาษา

 

สันติ ศิริธีราเจษฏ์...รอยยิ้มของผู้ลี้ภัยคือรางวัลของการทำงาน

คุณสันติ ศิริธีราเจษฏ์ (ขวา) ขณะทำงานอยู่ในค่ายลี้ภัย

 

เป็นเวลากว่าสิบปีมาแล้ว ที่บริเวณบ้านถ้ำหิน ในจังหวัดราชบุรี และบ้านต้นยาง ในจังหวัดกาญจนบุรี ได้ถูกแปรสภาพเป็นที่พักพิงชั่วคราวแก่ผู้ลี้ภัยชายแดนไทย-พม่า ที่หนีภัยจากการสู้รบและการเข่นฆ่าด้วยสาเหตุปัญหาการเมือง ผู้ลี้ภัยทั้งหญิง ชาย เด็กเล็ก และคนชรา ต้องอยู่ในพื้นที่จำกัดชีวิตประจำวันคือ หุงหาอาหารที่ได้รับแจกเพื่อเลี้ยงชีวิต และนั่งรอคอยความหวังที่จะได้กลับบ้านหรือไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศที่สาม...ชีวิตวันนี้ไม่เคยแตกต่างจากวันวาน...โลกของคนในค่ายอพยพ...จึงเหมือนโลกแห่งอดีตที่หยุดหมุนตลอดกาล

สันติ ศิริธีราเจษฏ์ เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ ผู้มีประสบการณ์การทำงานด้านผู้ลี้ภัยมากว่า 6 ปี ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อผลักดันโลกของพวกเขาให้หมุนเคลื่อนไปข้างหน้า...ทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มแห่งความสุขและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของผู้ลี้ภัย นั่นถือเป็นรางวัลยิ่งใหญ่ของการทำงาน

เด็กๆ ส่งยิ้มสดใสให้เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ © UNHCR/ R.Amold

“ก่อนหน้านี้ผมเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับสำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศ หลังจากนั้นมาเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับศูนย์ผู้ลี้ภัยกรุงเทพฯ ต่อมามาเป็นอาสาสมัครผู้ช่วยฝ่ายความคุ้มครองให้กับ UNHCR สำนักงานภูมิภาค กรุงเทพมหานคร และไปทำงานให้กับองค์การเจอาร์เอสอีก 2 ปี ปัจจุบันผมทำงานให้กับสำนักงานภาคสนามของยูเอ็นเอชซีอาร์ จ.กาญจนบุรี ทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยในการดูแลและคุ้มครองผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน จ.ราชบุรี และบ้านต้นยาง จ.กาญจนบุรี

“หน้าที่ของยูเอ็นเอชซีอาร์ คือประสานงานกับภาครัฐและองค์กรเอกชน รวมถึงคณะกรรมการผู้ลี้ภัยและชุมชนผู้ลี้ภัยในการให้ความคุ้มครองช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ทั้งเรื่องการศึกษา การแพทย์ สาธารณสุขรวมถึงเรื่องกฎหมายและกระบวนยุติธรรมไทยกรณีผู้ลี้ภัยตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดและอาชญากรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังสร้างความเข้าใจในเรื่องบทบาทการทำงานของ UNHCR กับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งระดับอำเภอและระดับจังหวัด” การทำงานภาคสนามในค่ายผู้ลี้ภัย นับเป็นงานที่หนักมาก คุณสันติต้องลงพื้นที่และเดินทางตลอดเวลา

“ปัจจุบันมีผู้ลี้ภัยทั่วประเทศไทยประมาณเกือบ 90,000 คน ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ใน 4 จังหวัดเป็นผู้หนีภัยจากการสู้รบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย หรือผู้ที่หนีภัยจากการประหัตประหารหรือละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายรองจากรัฐบาลพม่า อันมีสาเหตุมาจากการเมือง พวกเขาได้หลบหนีมายังประเทศไทย ถูกกำหนดให้อยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ได้รับการศึกษาที่จำกัด ได้รับส่วนแบ่งอาหารแต่ละเดือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารแห้งไม่มีเนื้อสัตว์และผัก และเนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ที่จำกัดส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้ลี้ภัยถดถอย มีความเครียดและความกดดัน จนทำให้เกิดการล่วงละเมิดในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการล่วงละเมิดทางเพศซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของผู้ลี้ภัย”

เด็กๆ ในศูนย์อพยพแม่หละ จ.ตาก ©UNHCR/S.Siritheerajesd

จากการได้เห็นความทุกข์ยากและมองเห็นปัญหาอย่างลึกซึ้งในค่ายผู้ลี้ภัย ยิ่งเป็นแรงบันดาลใจให้คุณสันติมุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก เพื่อพยายามช่วยทุกคนให้ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น

“เป้าหมายการทำงานของยูเอ็นเอชซีอาร์ก็คือช่วยให้ผู้ลี้ภัยได้รับความคุ้มครองและได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร วิธีการสากลซึ่งแก้ไขปัญหาอย่างถาวรที่ดีที่สุด คือ ส่งผู้ลี้ภัยกลับมาตุภูมิด้วยความสมัครใจ เมื่อสถานการณ์ให้ประเทศต้นทางสงบและปลอดภัย วิธีต่อมาคือ อยู่ผสมผสานกลมกลืนกับประเทศที่ให้การพักพิง และสุดท้าย ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ยังประเทศที่สาม ปัจจุบันประเทศที่รับผู้ลี้ภัยมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา และยังมีประเทศที่รับบางส่วน ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ และประเทศแถบสแกนดิเนเวีย”

การทำงานของยูเอ็นเอชซีอาร์นับว่าประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ผู้ลี้ภัยหลายหมื่นคนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่

“หลายๆ คนบอกว่า งานของเราคือการอุทิศตนช่วยเหลือคนอื่น ได้บุญ ผมว่าคงจะจริง เพราะเมื่อเราเห็นสภาพชีวิตของผู้ลี้ภัย ทั้งเด็ก ผู้หญิง คนแก่ เราเข้าใจได้ว่าทำไมเราต้องมาทำงานตรงนี้ ปัญหาผู้ลี้ภัยเป็นปัญหาสลับซับซ้อน ซึ่งเราไม่อาจแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่หากเราช่วยทำให้ความทุกข์ของเขาลดน้อยลงได้ หลายๆอย่างก็น่าจะดีขึ้น ผมจะมีความสุขทุกครั้งที่ทำงานสำเร็จ จนลืมไปเลยว่าเราเหนื่อยแค่ไหน หรือต้องเดินทางไกลมากเท่าไร”

"ความสำเร็จในการทำงานยูเอ็นเอชซีอาร์ที่เป็นรูปธรรม คือ ผู้ลี้ภัยได้รับการดูแลเยียวยา หลายคนได้ไปตั้งถิ่นฐานเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผู้ลี้ภัยไม่มีสิ่งตอบแทนใดๆ ให้แก่เรา แค่เพียงเค้ามอบรอยยิ้มอย่างจริงใจและอ้อมกอดที่อบอุ่นให้แก่เรา สำหรับผม....ภาพของความสุขมันอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่อยู่ที่เราได้รับ แต่อยู่ที่เราได้เห็นพวกเขามีความสุขมากขึ้น”

แม้ไม่มีโอกาสทำหน้าที่ที่น่าภาคภูมิใจอย่างคุณสันติ แต่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยการทำงานของยูเอ็นเอชซีอาร์ได้เช่นกัน

“หากต้องการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ทุกท่านทำได้ด้วยการสนับสนุนด้านงบประมาณหรือสิ่งของผ่านทางยูเอ็นเอชซีอาร์ปัจจุบันงบประมาณการทำงานทั้งหมดมาจากยูเอ็นเอชซีอาร์ และผู้บริจาคโดยตรง ส่วนการช่วยเหลือทางนามธรรม คือ พยายามทำเข้าใจเรื่องผู้ลี้ภัยอย่างถูกต้อง พวกเขาต้องใช้ชีวิตในพื้นที่พักพิงที่ถูกจำกัดตลอดเวลา เด็กบางคนตั้งแต่เกิดถึงปัจจุบันไม่เคยเห็นโลกภายนอกเลย ผมอยากให้สังคมมองพวกเขาอย่างใจกว้างและเป็นธรรมมากขึ้น เขาเหมือนคนที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น และสำนึกในบุญคุณของประเทศไทยและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน ผมว่าเพียงแค่นี้ก็ช่วยพวกเขาได้มากแล้วครับ”