Skip to main content

ภาษา

 

พม่า: โครงการฝึกอบรมทักษะของยูเอ็นเอชซีอาร์ช่วยขับเคลื่อนช่างซ่อมเครื่องรุ่นเยาว์ให้สานฝันสู่ความสำเร็จ

ที่ถนนหน้าร้ายซ่อมรถจักรยานยนต์ของเขา หงี่ หงี่ เนง กำลังซ่อมเครื่องยนต์พังของลูกค้า

 

เมืองเมิงดอ ประเทศพม่า (ยูเอ็นเอชซีอาร์) –  ตั้งแต่เล็กเมื่อยังเป็นเด็กชาย หงี่ หงี่ เนง ฝันอยากเป็นช่าง แต่เมื่อพ่อแม่เขาเสียชีวิตลงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว  หงี่ หงี่ เนง เด็กหนุ่มวัย 15 ปีบอกกับตัวเองว่าจะต้องทำให้ความฝันนี้เป็นจริงให้ได้

วันนี้ ด้วยความช่วยเหลือของยูเอ็นเอชซีอาร์ เด็กชายผู้มีความมุ่งมั่นคนนี้สามารถมีร้านซ่อมเครื่องยนต์เป็นของตัวเองในเมืองเล็กๆที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคตะวันตกของพม่า หงี่ หงี่ เนงเชื่อว่าเขาเป็นผู้ประกอบการที่อายุน้อยที่สุดในเมืองนี้

“เมื่อผมยังเด็ก ผมสนใจเรื่องเครื่องยนต์มาก” หงี่ หงี่ เนง กล่าว เขาเรียนหนังสือตามระบบการศึกษาภาคบังคับมาเพียงแปดปีเท่านั้น  “ก่อนหน้านี้ ผมซ่อมอะไรได้เล็กๆน้อยๆเท่านั้น เช่น เปลี่ยนหัวเทียนของเครื่องยนต์”

ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเมื่อเขาได้ข่าวเกี่ยวกับโครงการฝึกอบรมทักษะการซ่อมเครื่องยนต์ของ บริดจ์ เอเชียเจแปน (บีเอเจ) ซึ่งยูเอ็นเอชซีอาร์สนับสนุนด้านงบประมาณ โครงการนี้สอนผู้เรียนทั้งหญิงและชายให้ซ่อมรถจักรยานยนต์และรถยนต์ สำหรับพื้นที่แถบรัฐยะไข่ซึ่งเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วและผู้คนเริ่มเป็นเจ้าของรถกันมากขึ้นเช่นนี้ ความต้องการในการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์จึงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ธาน เต็ก วิน ครูผู้สอนของบีเอเจซึ่งก็เป็นช่างเครื่องมาแทบจะตลอดชีวิตของเขา ประทับใจมากที่ หงี่ หงี่ เนง เข้ามาเรียนด้วยความตั้งใจอย่างสูงที่จะกลับไปเปิดกิจการเป็นของตัวเอง  ปัจจุบันจากจำนวนผู้ผ่านการอบรมทั้งผู้หญิงและผู้ชายรวมทั้งหมด 70 คน มีผู้ที่สามารถเปิดกิจการของตัวเองไปแล้ว 10 คน และยังมีอีก 35 คน ที่ได้งานทำที่ร้านซ่อมเครื่องยนต์ แต่หงี่ หงี่ เนง นับว่าเป็นเจ้าของกิจการที่มีอายุน้อยที่สุด

ในห้องเรียนของบีเอเจในอีกฟากหนึ่งของระขิ่นตอนเหนือ นักเรียนแถวหน้าประกอบไปด้วยผู้หญิง 4 คน โดยพวกเธอบอกว่าอยากจะทำอะไรที่ตื่นเต้นกว่าการเรียนเย็บปักถักร้อยแบบที่มักจะมีการสอนกันอยู่เดิม  อย่างไรก็ตามหนึ่งในกลุ่มนั้นบอกว่า เธอต้องเรียนรู้ที่จะขี่รถจักรยานยนต์เสียก่อนที่จะสามารถลงมือซ่อมมัน

“โครงการอบรมนี้มีคุณค่ามาก มากเกินกว่าเหตุผลทั่วไปที่เรามักจะคิดถึงในการให้การอบรมทักษะวิชาชีพเพื่อให้คนสามารถนำไปใช้หาเลี้ยงชีพได้” ฮานส์ เท็น เฟลด์ ผู้แทนยูเอ็นเอชซีอาร์ประจำประเทศพม่ากล่าว

“โครงการนี้ช่วยให้ผู้หญิงสามารถออกจากข้อจำกัดเชิงวัฒนธรรมเดิมๆ และยังสามารถส่งเสริมการทำงานร่วมกันของผู้คนที่หลากหลาย ทั้งจากต่างเผ่าพันธุ์ ศาสนา และอื่นๆ” เขากล่าวเสริม “โครงการยังช่วยให้ชาวมุสลิมในพื้นที่นี้ซึ่งมักจะประสบปัญหาการถูกแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติ ได้มีโอกาสเรียนรู้และทำงานร่วมกับเยาวชนชาวยะไข่เช่น หงี่ หงี่ เนง ซึ่งส่งผลอย่างมากในการช่วยให้เกิดความสามัคคีระหว่างประชากรกลุ่มต่างๆ”

ในการอบรม 6 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลากว่า 45 วัน หงี่ หงี่ เนง เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับการทำงานของรถจักรยานยนต์ เขาสารภาพว่าบทเรียนเรื่องระบบสายไฟเป็นส่วนที่ยากที่สุด

“ผมได้เรียนรู้มากเลยครับ” เขากล่าวขณะกำลังพักจากการซ่อมรถจักรยานยนต์ที่สภาพค่อนข้างยับเยินอยู่บนข้างทางหน้าร้านของเขา “เมื่อก่อนนี้ ผมไม่รู้เลยว่าเครื่องยนต์ทำงานอย่างไร และหัวเทียนทำงานอย่างไร แต่บทเรียนเราครอบคลุมแทบทุกอย่าง”

เมื่อจบการอบรม เพื่อนๆต่างก็ช่วยลงขันกันเป็นทุนให้เขาสามารถเช่าร้านได้ ปัจจบันเขาสามารถจ่ายเงินคืนเพื่อนๆและจ่ายค่าเช่าได้เอง ด้วยเงินกำไรถึง 50,000 จ๊าด (1,800 บาท) ต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ดีในแถบพื้นที่นี้

เขาช่วยดูแลคุณย่าและหลายชายวัย 10 ขวบ และสามารถช่วยดูแลน้องสาวสองคนที่แต่งงานไปแล้วอีกด้วย คู่แฝดของ หงี่ หงี่ เนง ก็มาช่วยทำงาน คอยดูแลร้านในช่วงที่เขาต้องไปอบรมทุกๆบ่าย

ระหว่างนี้นี้เขากลับมาที่บีเอเจอีกครั้งเพื่อเรียนรู้การขับรถบรรทุกและขับรถ และนั่นก็เพราะถึงแม้รายของเขาประมาณเดือนละ 10,000 จ๊าด(3,600 บาท) จะยังไม่พอที่จะสามารถเก็บเป็นเงินฝากได้ แต่เขาก็มีความฝันที่ชัดเจน “สักวันผมจะมีรถเป็นของตัวเองให้ได้”

เรื่องโดย คิตตี้ แมคเคนซี่  จากเมิงดอ, ประเทศพม่า 

แปลโดย คุณศุทธนา วิจิตรานนท์