Skip to main content

ภาษา

 

ช่วงเวลาของวัยเด็กกลับคืนมาที่เกาะคอส ประเทศกรีซ

ซาเมอร์ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานอายุ 14 ปีที่ลี้ภัยโดยลำพังเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆที่ศูนย์ส่งต่อในเกาะคอส

 

เกาะคอส ประเทศกรีซ 11 พฤศจิกายน (UNHCR)แม้ว่าซาเมอร์จะอายุเพียง 14 ปีแต่หน้าของเขาดูเครียด และแก่กว่าอายุจริงของเขาอยู่มาก เนื่องจากเรื่องราวหนักๆที่ซาเมอร์ต้องเจอซึ่งเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะรับไหว

“ผมเห็นเรื่องน่ากลัวมามากระหว่างทางที่ผมลี้ภัยมาที่กรีซ ผมถูกจับโดยกลุ่มติดอาวุธ ถูกกักขัง และถูกทำร้ายหลายครั้ง”เด็กกำพร้าชาวอัฟกานิสถานของกับเราเมื่อเร็วๆนี้ที่ศูนย์ส่งต่อสำหรับเด็กที่เดินทางมาโดยลำพังที่เกาะคอสของกรีซ

ท่ามกลางผู้ลี้ภัย และผู้อพยพกว่า 650,000 คนที่เดินทางมาที่กรีซในปีนี้ ซาเมอร์คือหนึ่งในเด็กที่เดินทางโดยลำพังหลายพันคนที่เสี่ยงชีวิตและลี้ภัยมาจากซีเรีย, อิรัก และอัฟกานิสถานและพื้นที่ที่มีความขัดแย้งอื่นๆเพื่อหาความปลอดภัย และอนาคตที่ดีกว่า

UNHCR ให้การสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการช่วยให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับความปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี

ซาเมอร์อยู่ในศูนย์ส่งต่อที่ได้รับการสนับสนุนจาก UNHCR และดำเนินการโดยแพรคซิส หน่วยงานเอ็นจีโอของกรีซเพื่อมอบความช่วยเหลือด้านอาหาร ที่พักพิง และการรักษาพยาบาล
ซาเมอร์อยู่ในศูนย์ส่งต่อที่ได้รับการสนับสนุนจาก UNHCR และดำเนินการโดยแพรคซิส หน่วยงานเอ็นจีโอของกรีซเพื่อมอบความช่วยเหลือด้านอาหาร ที่พักพิง และการรักษาพยาบาล

ในคืนที่ซาเมอร์เดินทางมาถึงที่กรีซโดยการนั่งเรือของผู้ลักลอบขนคนเข้าเมืองที่แออัดมาจากตุรกี กลุ่มอาสาสมัครที่พบเขาอธิบายว่าซาเมอร์นั้นเนื้อตัวเปียกโชก อยู่ในสภาพสับสนและต้องการความช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่ UNHCR ระบุกลุ่มเด็กที่เดินทางโดยลำพังท่ามกลางกลุ่มผู้ลี้ภัย และผู้อพยพกลุ่มใหญ่และรับติดต่อหน่วยงานต่างๆ และองค์กรเอ็นจีโอพันธมิตรของกรีซชื่อแพรคซิสเพื่อทำการส่งซาเมอร์ไปยังศูนย์ส่งต่อที่เปิดใช้บริการเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมาที่ได้รับการสนับสนุนจากUNHCR และดำเนินการโดยหน่วยงานแพรกซิส โดยที่ศุนย์นี้ได้มอบอาหาร การรักษาพยาบาล การให้ความดูแลด้านสภาพจิตใจ และที่พักพิงให้กับเด็กที่เดินทางมาที่เกาะ

นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ผู้คนกว่า 51,000 คนได้เดินทางมาถึงที่เกาะคอสด้วยการใช้เส้นทางที่เสี่ยงอันตรายจากตุรกีมาที่เกาะซึ่งเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตรผ่านจุดที่แคบที่สุด ด้วยจำนวนของผู้ที่เดินทางที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เดินทางต่อจากเกาะไปยังเมืองหลักของประเทศกรีซภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน และณ ตอนนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงจำนวนที่แน่นอนของเด็กที่เดินทางโดยลำพังที่มาถึงเกาะคอส

ในทุกๆวันทีมงานเจ้าหน้าที่ UNHCRได้ทำการระบุผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่เดินทางโดยไม่มีผู้ดูแล เพื่อนำพวกเขาไปสู่ขั้นตอนที่จะทำให้พวกเขาได้รับความคุ้มครอง การดูแล และไม่ลูกละเมิดสิทธิ

เช่นเดียวกันกับเด็กคนอื่นๆก่อนหน้านี้ ซาเมอร์เดินทางจากประเทศอัฟกานิสถานมาถึงที่กรีซโดยลำพัง ไม่มีแม้แต่สมาชิกในครอบครัวหรือใครที่เขาจะสามารถไว้ใจได้ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จำเป็นที่จะต้องลี้ภัยมาพร้อมๆกันกับกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานกลุ่มใหญ่ที่สามารถให้ความคุ้มครองเขาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

และหลังจากกการเดินทางลี้ภัยเป็นระยะเวลา 3 เดือนผ่านประเทศอิหร่าน ตุรกี และทางทะเลมาที่เกาะกรีดที่เขาอธิบายว่าน่ากลัวเพียงใดซาเมอร์ก็เดินทางมาถึงซูนย์ส่งต่อที่เกาะคอส ประเทศกรีซในที่สุด

และเมื่อเร็วๆนี้เด็กที่เดินทางมาโดยลำพังจะต้องอยู่ในความคุ้มครองของกรมตำรวจเนื่องจากสภาพของศูนย์แรกรับบนเกาะคอสที่มีสภาพไม่เหมาะกับความเป็นอยู่ของเด็ก ดังนั้นเด็กที่มีอายุระหว่าง 11-17 ปีจึงจำเป็นที่จะต้องอยู่ในกรงขังที่สถานีตำรวจ ที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่เป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ก่อนที่จะถูกส่งต่อไปยังกรุงเอเธนส์ ที่ที่หน่วยงานแพรคซิส และเอ็นจีโออื่นๆคอยมอบบริการความช่วยเหลือที่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ

“ศูนย์ส่งต่อของ UNHCRและแพรคซิสล่าสุดนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับเด็กที่เดินทางโดยลำพังมาที่เกาะคอส ที่จะสามารถมอบทางเลือกใหม่ให้กับเด็กๆเพื่อที่พวกเขาจะไม่ถูกกักขัง และได้มีที่พักพิงที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับในสถานการณ์เช่นนี้” มาร์โค โปรคาชชินิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสำรักงานประจำเกาะ กล่าว

ซาเมอร์กล่าวว่าสมาชิกครอบครัวคนเดียวของเขาที่ยังมีชีวิตรอดคือพี่ชายวัย 17 ปีของเขาที่อาศัยอยู่อย่างถูกกฎหมายที่ประเทศในทวีปบุโรป และนี่คือเหตุผลที่เขาตัดสินใจเดินทางที่เสี่ยงภัยในครั้งนี้

“หลังจากพ่อแม่ของผมเสียชีวิต ผมก็เหลือแค่พี่ชายคนเดียว และผมก็มาที่นี่เพื่อจะเจอกับพี่ชายของผม และอยู่ด้วยกัน” ซาเมอร์ กล่าว

จากการรวมตัวกันของกลุ่มนักสังคมสงเคราะห์ แพทย์ นักจิตวิทยา และนักกฎหมาย หน่วยงานแพรคซิสสามารถให้ความช่วยเหลือซาเมอร์เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนในการให้เขาได้รับสถานะที่ประเทศกรีซ และเพื่อที่ให้เขาได้พบกับพี่ชายของเขาอย่างถูกกฎหมายในที่สุด

ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ของการเปิดตัวศูนย์ส่งต่อ UNHCR-แพรคซิส ในเกาะคอสได้ให้ความช่วยเหลือเด็กที่เดินทางโดยลำพังที่เดินทางมาจากซีเรีย อัฟกานิสถาน และปากีสถานเป็นจำนวน 25 คนแล้ว

ฮันนาห์ ไซมอน เจ้าหน้าที่ให้ความคุ้มครองของ UNHCRได้อธิบายว่า “ก่อนที่ศูนย์แห่งนี้จะถูกเปิดขึ้น เด็กที่เดินทางโดยลำพังที่กลัวจะถูกกักขังหลายคนเคยปกปิดอายุของพวกเขา และลงทะเบียนกับผู้ใหญ่คนอื่นที่พวกเขาไม่รู้จักและทำเหมือนว่ามาด้วยกัน ซึ่งทำให้พวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงตลอดการเดินทางเนื่องจากไม่ได้รับการระบุว่าเป็นเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือและความคุ้มครอง”

ศูนย์แห่งนี้สามารถรองรับเด็กกว่า 20 คน ให้พวกเขามีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสม รู้สึกว่าพวกเขาปลอดภัย และได้รับการช่วยเหลือที่พวกเขาต้องการไม่ว่าจะเป็นการอาศัยอยู่ที่กรีซ หรือช่วยเหลือพวกเขาในการคืนครอบครัวที่พรากจากกันในที่อื่น

หลังจากอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่วัน ซาเมอร์ก็สามารถที่จะใช้ชีวิตในช่วงวัยเด็กของเขาได้อย่างเต้มที่ และเฝ้ารอที่จะได้รับความปลอดภัยสำหรับอนาคตอันใกล้

“ผมเจอคนดีๆเยอะแยะมากมาย ได้เพื่อนใหม่ และมีช่วงเวลาดีๆร่วมกัน และในที่สุดผมก็ไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป” ซาเมอร์กล่าวพร้อมยิ้มกว้าง