Skip to main content

ภาษา

 

สันติมรรคาเพื่อพัฒนาสันติภาพ และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน

 

สันติมรรคาเพื่อพัฒนาสันติภาพ

และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน

………………

พระมหาวุฒิชัย  วชิรเมธี

 

            ต่อไปนี้ คือ หลักการบางอย่างซึ่งเกื้อกูลต่อการสร้างโลกที่มีสันติภาพ ผู้เขียนนำเสนอไว้ในที่นี้เพื่อพิจารณาร่วมกัน ดังนี้  

.หลักมนุษยธรรม

          ๑.๑    เคารพชีวิตทุกชีวิตดังหนึ่งเป็นชีวิตของตัวเอง    

                         “ทุกชีวิตล้วนมีคุณค่า ล้วนมีความหมาย มีศักดิ์ศรีแห่งความ  เป็นสิ่งมีชีวิตไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดังนั้น  จึงไม่ควรฆ่า  ไม่ควรใช้ความรุนแรงต่อทุกชีวิต ไม่ว่าจะด้วยตนเองหรือด้วยการสั่งการให้ผู้อื่นลงมือทำ

          ๑.๒    เคารพในกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินของผู้อื่น

                             ทรัพย์สินของผู้อื่นก็ไม่ต่างจากทรัพย์สินของเรา ต่างก็เป็นของรัก ของหวง ของสำคัญสำหรับเจ้าของเหมือนกัน ดังนั้น จึงไม่ควรล่วงละเมิดทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดย        อ้อม

          ๑.๓    เคารพในความสัมพันธ์ระหว่างตนกับคนรัก

                             ความสัมพันธ์ที่ดี เป็นที่มาของความสุข ความสัมพันธ์ที่ปราศจากความรับผิดชอบ ปราศจากความจริงใจ เป็นที่มาของความทุกข์ ดังนั้น เราจึงต้องมีความรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์ที่เราสร้างขึ้นมาด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

          ๑.๔    เคารพความจริง

                             ความจริงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เป็นรากฐานของปัญญาและรากฐานของสันติสุขในสังคม ในโลก เราควรสื่อสารด้วยความจริง ที่มาจากความจริงใจ ที่มีหลักฐาน ที่มีแก่นสาร หลีกเลี่ยงการสื่อสารด้วยความเท็จ หลีกเล่ียงการใช้วาจาแห่งความเกลียดชัง วาจากระตุ้นความรุนแรง วาจาที่ยุยงให้แตกสามัคคี   วาจาที่ลดทอนศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนของเพื่อนมนุษย์” 

          ๑.๕    เคารพตัวเองด้วยการไม่ดื่มสุรา ไม่เสพยาเสพติด

                             สติเป็นรากฐานของสันติสุข ทั้งสันติสุขส่วนตัวและสังคม  ปราศจากสติ สันติสุขก็มีไม่ได้ สติของคนคนหนึ่งจะส่งผลถึงสันติสุขของคนอีกคนหนึ่งเสมอไป ในทางกลับกัน ความไร้สติของคนอีกคนหนึ่งก็จะส่งผลถึงความทุกข์ของคนอีกคนหนึ่งเสมอไป  สติของเรา เชื่อมโยงกับสันติสุขของสังคมอย่างแยกกันไม่ออก ดังนั้น ไม่พึงพร่าสติของตัวเองด้วยการดื่มสุรา  หรือเสพยาเสพติดซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของตัวเองและบั่นทอนสันติสุขของคนอื่น

 

.หลักพรหมวิหารธรรม

          ๒.๑    เมตตาต่อสรรพชีวิตด้วยจิตใจไร้พรมแดน

                             ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ที่ไม่ใช่มิตรของข้าพเจ้า

          ๒.๒   ช่วยเหลือสรรพชีวิตด้วยจิตใจไร้พรมแดน

                             ไม่มีเหตุผลใด ที่จะห้ามไม่ให้ข้าพเจ้าช่วยเหลือคนอื่นผู้ตกทุกข์ได้ยาก

          ๒.๓   พลอยยินดีในความก้าวหน้าของผู้อื่นด้วยจิตใจไร้พรมแดน

                             ไม่มีผู้ใด  ที่คู่ควรแก่ความอิจฉาริษยาของข้าพเจ้า

          ๒.๔   วางใจให้เป็นกลาง ปราศจากอคติต่อสรรพชีวิตด้วยจิตใจไร้พรมแดน 

                             ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองโดยไม่มีข้อยกเว้น

.หลักสัจจานุรักษ์

            สัจจานุรักษ์ แปลว่า “การรักษาสัจจะ” หมายความว่า “การไม่ผูกขาดความจริง โดยการถือว่า ความจริงที่ตนรู้ ตนเห็น ตนเชื่อเท่านั้น เป็นความจริงสุดท้ายเพียงหนึ่งเดียว ส่วนความจริงอื่น ความเชื่ออื่น ศาสนาอื่น ไร้สาระทั้งสิ้น” (อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญํ) โลกนี้เต็มไปด้วยคนที่หลากหลาย ความเชื่อหลากหลาย สติปัญญาก็หลากหลาย เราจะกำหนดกฎเกณฑ์ให้คนทั้งโลก เห็นเหมือนกัน เชื่อเหมือนกันไปเสียทั้งหมดไม่ได้ เพราะการทำเช่นนั้น เป็นการฝืนความจริงของธรรมชาติที่มีความหลากหลายเป็นพื้นฐานมาแต่เดิม ทางที่ถูกนั้น เราไม่จำเป็นต้องเกณฑ์ให้ใครเชื่อเหมือนเรา เห็นเหมือนเราไปเสียทั้งหมด เราเพียงแต่ “ยอมรับความแตกต่างหลากหลายอย่างใจกว้าง” และ “ฟังคนอื่นอย่างให้เกียรติ” และ/หรือ “เคารพในลัทธิความเชื่อของคนอื่นพอๆ กับที่เราอยากให้คนอื่นเคารพลัทธิความเชื่อของเรา” เพียงเท่านี้  เราก็จะสามารถอยู่ร่วมกับคนที่แตกต่างหลากหลายได้อย่างสันติ

.แสวงหาจุดร่วมที่สากลสำหรับคนทั้งโลก

                   โลกของเราเต็มไปด้วยศาสนาและลัทธินิกายมากมาย ระบบการเมือง ระบบเศรษฐกิจก็แตกต่างหลากหลาย บทเรียนจากประวัติศาสตร์สอนเราว่า การพยายามยัดเยียดความเชื่อใดความเชื่อหนึ่ง หรือลัทธิการเมืองหรือลัทธิเศรษฐกิจอย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่คนอื่น สังคมอื่น ประเทศอื่นอย่างหน้ามืดตามัวและใช้กำลังบังคับนั้น ไม่ใช่หนทางสร้างสันติ ทางที่ถูกน้ัน เราควรมองหา “คุณค่าสากล” ที่มีร่วมกันในศาสนา ลัทธินิกายต่างๆ แล้วนำเอา “คุณค่าที่สากล" นั้นมาประยุกต์เพื่อใช้เป็น “แผนแม่บทแห่งสันติภาพ” และ “สะพานแห่งความสุข" ที่เราจะสามารถเดินร่วมกันได้อย่างเป็นเอกภาพ คุณค่าที่สากลนี้มีอยู่เป็นอเนกประการ ในที่นี้ ขอแนะนำเพียง ๔ ประการ นั่นก็คือ

                   ๔.๑ ปัญญาที่สากล

                   คือ ปัญญาที่มองทะลุสมมุติบัญญัติ เช่น เพศ ภาษา ศาสนา สีผิว เป็นต้น จนเห็นว่า “คนทุกคน ต่างก็คือ คนที่มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์เหมือนกัน หรือมนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกันในฐานะที่เป็นมนุษย์”

                   .๒ ความรู้ที่สากล

            คือ ความรู้ที่ทำให้เราไม่แบ่งแยกกัน ไม่เกลียดชังกัน ไม่ดูหมิ่นกัน ด้วยเหตุแห่งความแตกต่างทางยศ ทรัพย์ อำนาจ ศาสนา สีผิว ชนชั้น เพศ เผ่า พันธุ์ วัฒนธรรม ภาษาพูด ภูมประเทศหรือแผ่นดินถิ่นเกิด

                .๓ ศาสนาที่สากล

                   คือ ศาสนาที่สอนให้มนุษย์ทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ สมานสามัคคี เป็นเอกีภาพ  ไม่แบ่งแยกคนออกจากกัน  ปูทางสร้างวิถีให้คนทั้งโลกเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง ดังหนึ่ง โลกทั้งผองเป็นพี่น้องกัน โลกทั้งผองคือครอบครัวเดียวกัน มนุษยชาติคือญาติของกันและกัน

                   .๔ กฎหมายที่สากล

            คือ กฎหมายที่เป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ทุกคนว่า มนุษย์ทุกคน คือ คนที่มีศักดิ์ศรีมีความเสมอภาค ภราดรภาพ มีสิทธิ เสรีภาพ ที่จะเลือกใช้ชีวิตอย่างเสรีโดยไม่มีการกดขี่ข่มเหง หรือปิดกั้นเสรีภาพในการคิด การเชื่อ การพูด หรือการแสดงออกการศึกษา การหางานทำ

                  

………………………..