Skip to main content

ภาษา

 

UNHCR ส่งมอบความช่วยเหลือสู่ประเทศเยเมนทางทะเลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความช่วยเหลือล่วงหน้าในช่วงยุติการสู้รบชั่วคราว

เด็กๆกำลังเล่นกันในขณะที่รถเข็นลาวิ่งผ่านซากตึกปรักหักพังในละแวกอัล โอรา เมืองซินจิบาร์

 

เจนีวา 12 พฤษภาคม (UNHCR) หน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ทางเรือโดยเดินทางถึงท่าเรือโฮไดดาประเทศเยเมน ประกอบไปด้วย ผ้าห่ม ที่ปูนอน อุปกรณ์ทำอาหาร สำหรับผู้คนกว่า 60,000 คน และกำลังเตรียมความช่วยเหลือเพิ่มเติมหากการยุติสงครามชั่วคราวที่เริ่มวันนี้

 “มันเป็นที่แน่ชัดว่าผู้คนอีกจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน” เอเดรียน เอ็ดเวิร์ดส์ โฆษกหน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังจากเรือขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เดินทางมาถึงโฮเดดาห์และเสริมว่า UNHCR กำลังเตรียมการขนส่งทางอากาศครั้งใหญ่เพื่อมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมให้กับเมืองซานาเมืองหลวงประเทศเยเมน โดยการขนส่งในครั้งนี้จะสามารถเดินทางมาถึงสองวันข้างหน้าหากมีการบังคับใช้การยุติการสู้รบชั่วคราว

“ผู้คนหลายแสนในประเทศเยเมนต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดและต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก” เอ็ดเวิร์ดส์เน้นย้ำ โดยแผนการขนส่งทางอากาศครั้งนี้จะใช้การเดินทาง 3 เที่ยวบินเพื่อนำส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์จากคลังของ UNHCRในประเทศดูไบ โดยจะสามารถขนส่ง ผ้าปุนอน ผ้าห่ม อุปกรณ์ทำอาหาร และผ้าพลาสติกเอนกประสงค์จำนวน 300 ตัน เพื่อช่วยคนกว่า 250,000 คนเลยทีเดียว

 “นอกเหนือจากนี้แล้ว UNHCRกำลังมองหาวิธีการส่งมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากคลังที่มีอยู่ในประเทศเยเมน และประเมินความต้องการอย่างเร่งด่วนในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่ของเราและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้เตรียมการเพื่อมอบชุดบรรเทาทุกข์ให้กับผู้พลัดถิ่นหลายหมื่นคนด้วย” เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว

โดยรวมถึงผู้คนที่ลี้ภัยจากการโจมตีทางอากาศทาง150 กิโลเมตรตอนเหนือของเมืองซาดาเมื่อเร็วๆนี้  ผู้ลี้ภัยจำนวนมากเดินทางด้วยเท้าและต้องอยู่ในตึกอาคารสาธารณะ ทีมงาน UNHCR จะทำการส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับผู้เดือดร้อนกว่า 21,000 คนในเขตการปกครองอัมอนาต อัล แอสมินา อัมราน และฮัจจะห์ทางตอนเหนือของเยเมน ส่วนพื้นที่ทางตอนใต้นั้นUNHCR คาดว่าจะส่งไปให้กับผู้ที่เดือดร้อนจำนวน 17,500 คนในเมืองเอเดน ลาฮิจ อับยัน และชับวะห์

 “ขณะนี้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมไม่เพียงพอต่อความต้องการความช่วยเหลือที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศเยเมน จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่เราต้องส่งมอบความช่วยเหลือให้ได้ และในขณะนี้สิ่งของบรรเทาทุกข์ในคลังก็เริ่มเหลือน้อยเต็มทีซึ่งนั่นหมายความว่าผู้คนจำนวนมากจะต้องยากลำบากมากขึ้นอีก” เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว

แผนการของUNHCR คือการใช้โอกาสการยุติการสู้รบชั่วคราวเพื่อขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เพิ่มเติมในเมืองซานา ฮารัดห์ อัมราน และเอเดน เพื่อทำการส่งต่อให้กับกับประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงต่อไป ยา และอาหารจะถูกส่งไปยังศูนย์รับเมฟาร์ทางตะวันออก โดยอาหาร น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซลจะถูกส่งไปที่ค่ายผู้ลี้ภัยคาราซ ใกล้เมืองเอเดน

ผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียกว่า 2,000 คนได้ย้ายออกจากตัวเมืองเอเดนสู่ค่ายผู้ลี้ภัยคาราซตั้งแต่การอพยพจากสงครามเมื่อ 6 อาทิตย์ก่อน โดยบางส่วนได้ย้ายไปพักอาศัยในบ้านของญาติ จำนวนของครอบครัวที่เดินทางมาใหม่ได้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ UNHCRจึงมีความจำเป็นที่ต้องมอบเต็นท์เพิ่มเติม

 “เราหวังว่าจะสามารถมอบความคุ้มครองให้กับผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยได้มากกว่าเดิมอีกเท่าตัว ในช่วงยุติการสู้รบชั่วคราวนี้ เจ้าหน้าที่ของเราได้รับการร้องขอจากผู้อพยพจำนวนหนึ่งเพื่อจดทะเบียนเป็นผู้ขอลี้ภัยผ่านทางสายด่วนของเราเนื่องจากปัญหาที่พวกเขาพบเจอด้วย” เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว

เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที้ผู้ลี้ภัยหลายคนที่เคยยังชีพด้วยการเป็นแรงงานที่ได้ค่าจ้างรายวัน หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ต้องสูญเสียอาชีพที่เคยมีจากความขัดแย้ง และต้องการการช่วยเหลือด้านการเงิน UNHCRหวังว่าจะสามารถจัดประชุมร่วมกับผู้นำชุมชุนผู้ลี้ภัยเพื่อมอบความช่วยเหลือ และเพิ่มการเข้าถึงในด้านต่างๆ

เอ็ดเวิร์ดส์ยังกล่าวเสริมอีกว่า UNHCR และองค์กรเพื่อมนุษยธรรมที่เกี่ยวข้องได้เร่งให้ทุกฝ่ายช่วยสำรวจการทำงานช่วงการยุติการสู้รบชั่วคราวอย่างเต็มที่ เพื่อเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและยุติการใช้พลเรือน หรือพื้นฐานต่างๆของเป็นพลเรือนเป็นเป้าหมาย และอนุญาตให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือได้อย่างเร่งด่วน

ในประเทศเยเมน ประชาชนมากกว่า 300,000 คนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นจากเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวน 250,000 คนซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียที่อาศัยอยู่เขตชายแดนประเทศเยเมน ผู้คนจำนวน 330,000 ต้องกลายเป็นผู้พลัดถื่นในประเทศตนเอง มากไปกว่านั้นใน 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้คนจากหลากหลายชนชาติกว่า 27,000 คนต้องลี้ภัยไปยังภูมิภาคใกล้เคียง