Skip to main content

ภาษา

 

ความปวดร้าวของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียได้ย่างเข้าสู่ปีที่ 5

ผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย เดินทางข้ามชายแดนเพื่อเข้าเขตเมืองโคบานี ประเทศตุรกี หลังจากต้องลี้ภัยจากบ้านเกิดของตนเอง

 

นี่คือภาพของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียกว่า 3.8 ล้านคนต้องลี้ภัยไปประเทศเพื่อนบ้าน พวกเขาลี้ภัยจากสงครามเป็นหนึ่งในวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ พวกเขาคิดว่าจะลี้ภัยแค่ช่วงสั้นๆเพียงไม่กี่อาทิตย์หรือไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่ปัจจุบันเวลาที่เขาลี้ภัยได้เข้าสู่ปีที่ 5 เนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆได้ยืดเยื้อและรุนแรง

กว่าผู้ลี้ภัยจะได้รับความคุ้มครอง พวกเขาต้องเดินทางอย่างยากลำบากและอันตรายไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ รสบัส หรือจักรยานยนต์ และยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องเดินเท้าข้ามผ่านทะเลทรายและแม่น้ำ หรือปีนข้ามภูเขาเพื่อหนีจากการประหัตประหารจากประเทศซีเรีย

พวกเขาอาศัยอยู่อย่างชั่วคราวในประเทศเลบานอน และในค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศตุรกี และจอร์แดน รวมถึงอาศัยในอาคารร้าง และที่พักที่ไม่ค่อยปลอดภัยของเมืองเบรุต อัมมาน และอิสตันบูล ซึ่งสร้างความตึงเครียดให้กับประเทศที่ให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากทรัพยากรต่างๆมีอย่างจำกัด

UNHCRได้ระดมทุนจำนวนหลายพันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ด้วยการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ UNHCRจึงสามารถสนับสนุนที่พักอาศัย ยารักษาโรค อาหารและการศึกษา แต่สิ่งที่ผู้ลี้ภัยต้องการมากที่สุดก็คือการยุติความขัดแย้ง และพวกเขาได้กลับบ้านเกิดที่ซีเรีย และสร้างบ้านที่แตกสลายขึ้นมาใหม่

โปรดร่วมบริจาคสิ่งของบรรเทาทุกข์ เพื่อช่วยชีวิตพวกเขาวันนี้ 
 
Mohammed, 7, was severely burned by a bombing at his home in Homs two years ago. Here, he is pictured with his mother, Irsaa, at their accommodation in Donnyeh, Lebanon. UNHCR / A. McConnell
เด็กชายมูฮัมมัดวัย 7 ขวบ ถูกเผาจากระเบิดที่บ้านของเขา ที่เมืองฮอมส์เมื่อ 2 ปีก่อน เขานั่งกับเออซาร์แม่ของเขาที่บ้านพักในเมืองดอนเย ประเทศเลบานอน  UNHCR / A. McConnell
A wide view of Za'atari refugee camp shows mixed tent and caravan areas. UNHCR / J. Kohler
ภาพมุมกว้างของค่ายผู้ลี้ภัยซาตารีที่แสดงให้เห็นถึงที่อยู่ของผู้ลี้ภัย และเต้นท์ที่มีขนาดหลากหลาย UNHCR / J. Kohler
A young Syrian girl from Kobani and her father arriving at the Ibrahim Khalil Border Crossing in Iraq, after traveling by bus from Turkey. UNHCR / D. Nahr
ภาพเด็กหญิงชาวซีเรีย และพ่อของเธอจากเมืองโคบานี ขณะเดินทางมาถึงเขตชายแดนเมืองอิบราฮิม คาลิล เพื่อข้ามไปยังประเทศอิรัก หลังจากเดินทางโดยรถบัสมาจากประเทศตุรกี UNHCR / D. Nahr
Syrian refugees remove snow from their shelters at an informal tented settlement in the Bekaa Valley, Lebanon. Winter storm 'Zina' swept through the region in January 2015, bringing snow and harsh conditions to millions of refugees. UNHCR / A. McConnell
ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียช่วยกันเคลื่อนย้ายหิมะออกจากที่พักชั่วคราวของตนในเขตเทือกเขาบีกา ประเทศเลบานอน พายุฤดูหนาวซีนาได้พัดผ่านมายังพื้นที่เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2558 และได้พัดพาหิมะและอากาศหนาวอันโหดร้ายมาสู่ผู้ลี้ภัยจำนวนหลายล้านคน UNHCR / A. McConnell
Syrian refugees live in the shell of an abandoned onion factory in Faida, in the Bekaa Valley, Lebanon. UNHCR/ L. Addario
ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียอาศัยโรงงานหัวหอมที่รกร้างเป็นที่พักอาศัย ในเมืองฟาอิดาในเทือกเขาบีก้า ประเทศเลบานอน UNHCR/ L. Addario
Mohammed Ali, 55, a Syrian refugee from Kobani city, lies inside a bus heading to Gawilan refugee camp in Dohuk with his oxygen mask and canister. He has crossed from Turkey with hundreds of other Syrian refugees. UNHCR/ D. Nahr
โมฮัมมัด อาลี วัย 55 ปี ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียจากเมืองโคบานี ที่กำลังถูกให้ออกซิเจนขณะนอนในรถบัสที่มุ่งหน้าสู่ค่ายผู้ลี้ภัยกาวิแลนเมืองโดฮุก  โมฮัมมัดได้เดินทางผ่านประเทศตุรกีพร้อมกับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียอีกหลายร้อยคน UNHCR/ D. Nahr
Nizal Hammid Jasim, 14, is tended to by his mother (left) and a relative, after falling ill with a high fever and vomiting. The family live in a small, tented area on the outskirts of Adana in southern Turkey, after fleeing Syria five months ago. UNHCR / I. Prickett
นิซาล ฮัมมิด จาซิม วัย 14 ปีกำลังได้รับการดูแลจากแม่ (ซ้าย)และญาติ เขามีไข้สูง และอาเจียนอย่างหนัก ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่เล็กและแคบในเขตนอกเมืองอดานาทางตอนใต้ของประเทศตุรกี พวกเขาลี้ภัยจากประเทศซีเรียเมื่อ 5 เดือนก่อน UNHCR / I. Prickett
Syrian civilians carry a wounded Syrian man after he arrives at the Jordanian border. UNHCR / O.Laban-Mattei
ชาวซีเรียช่วยกันเคลื่อนย้ายชายผู้บาดเจ็บชาวซีเรียหลังจากเดินทางมาถึงชายแดนประเทศจอร์แดน UNHCR / O.Laban-Mattei
Um Abdullah and her daugther Maysaa, 13, pack a suitcase in preparation for their journey to Gemany, at their temporary home in Barja, Lebanon. The family of nine will travel to Germany under the resettlement program. UNHCR / Andrew McConnell
อัม อับดุลลาห์ และเมซาร์ ลูกสาววัย 13 ปี กำลังจัดกระเป๋าในบ้านของพวกเขาที่เมืองบาจาร์ ประเทศเลบานอน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไปประเทศเยอรมนีพร้อมสมาชิกครอบครัวทั้ง9คนของเธอภายใต้โครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ UNHCR / Andrew McConnell
Yemen, 5, and her mother, Dayane, 24, are pictured at their home in northern Lebanon. On a cold night in November 2013, Yemen ran into the kitchen, petrified by the sound of the bombs that were falling around their house in Yabroud, Syria. In the commotion, she ran into the stove and knocked over a pot with boiling water that fell on her. UNHCR / A. McConnell

ภาพของเยเมน เด็กหญิงวัย 5 ขวบและแม่ของเธอ ดาเยน วัย24ปีที่บ้านของพวกเขาแถบตอนเหนือของประเทศเลบานอน

ในคืนอันหนาวเหน็บของเดือนพฤศจิกายน ปี 2556 เยเมนวิ่งไปหาแม่ของเธอในห้องครัว เนื่องจากตกใจกลัวจากเสียงของระเบิดที่ตกลงมาในบ้านในเมืองยับรัด ประเทศซีเรีย ในระหว่างความโกลาหล เยเมนวิ่งชนใส่เตาแก๊ส และได้ถูกหม้อต้มน้ำเดือดคว่ำใส่เธอ UNHCR / A. McConnell
Syrian refugees shelter against the cold at Za'atari refugee camp, Jordan.  Between midnight and 4 A.M., 369 refugees fleeing from conflict in neighboring Syria made their way to the camp, which is now home to 31,000 Syrian refugees. UNHCR / B. Sokol
ที่พักพิงชั่วคราวของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียท่ามกลางความเหน็บหนาวในค่ายผู้ลี้ภัยซาตารี ประเทศจอร์แดน ในระหว่างเวลาเที่ยงคืนถึงตีสี่ ผู้ลี้ภัยจำนวน 369 คนได้หลบหนีการขัดแย้งจากประเทศซีเรียมาที่ค่ายผู้ลี้ภัย ที่ตอนนี้ซึ่งเป็นบ้านหลังใหม่ของผู้ลี้ภัยกว่า 31,000 คน UNHCR / B. Sokol
Syrian refugees who fled fighting near the Syrian city of Kobani wait in a holding area before boarding buses in Turkey. UNHCR / I. Prickett
ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ลี้ภัยจากความขัดแย้งใกล้เมืองโคบานี ระหว่างรอรถบัสเพื่อเดินทางไปประเทศตุรกี  UNHCR / I. Prickett