Skip to main content

ภาษา

 

นักเรียนตัวอย่างจากโรงเรียนหญิงในค่ายผู้ลี้ภัยประเทศเคนย่า ที่สนับสนุนโดยแองเจลีนา โจลี พิตต์

ด้วยความพยายามในการตั้งใจเรียน และการสอนที่มีคุณภาพของโรงเรียน นาโอมิ โชล ทำคะแนนได้สูงที่สุดในการสอบประจำปีของเคนย่า ©UNHCR/C.Wachiaya

 

ค่ายผู้ลี้ภัยคาคูม่า ประเทศเคนย่า 27 มีนาคม (UNHCR)-นาโอมิ โชล เรียนหนังสือที่โรงเรียนหญิงล้วนที่สนับสนุนจาก แองเจลีนา โจลี พิตต์ นักแสดงหญิงรางวัลออสการ์ และในวันนี้เด็กหญิงวัย 16 ปีได้กลายเป็นคนดังในค่ายผู้ลี้ภัยของประเทศเคนย่าไปแล้ว
“ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหน ก็จะมีผู้คนเข้ามาทักทายและจับมือ” นาโอมิเล่าให้ผู้เยี่ยมชมค่ายคาคูม่าฟัง เกี่ยวกับโรงเรียนของเธอที่คนทั่วไปเรียกว่าโรงเรียนประถมศึกษาแองเจลีนา โจลี ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยผู้แทนพิเศษ UNHCR เมื่อปี พ.ศ 2545 ด้วยวัตถุประสงค์ในการให้ความคุ้มครองพิเศษแก่เด็กผู้หญิง

นาโอมิได้รับความสนใจอย่างมากจากผลการเรียนที่ดีเด่นของเธอจากการสอบประจำปีชั้นประถมศึกษาประเทศเคนย่าเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในจำนวนนักเรียนจำนวน 880,000 คนทั่วประเทศ นาโอมิสามารถทำคะแนนได้สูงสุดในเขตพื้นที่ของค่ายคาคูมาที่เธออาศัยอยู่ โดยได้คะแนนถึง 418 คะแนนจาก 500 คะแนนเต็ม

นอกเหนือจากนั้นนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ยังสามารถสอบผ่านเกณฑ์ถึง 86 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด 150 คน ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนอยู่ 250 คนซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยเด็กจากประเทศซูดาน เซาท์ซูดาน โซมาเลีย สาธารณรัฐคองโก เอธิโอเปีย บุรุนดี และยูกันดา รวมถึงเด็กผู้หญิงจากประเทศเคนย่าด้วย

ผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมของนาโอมิ แสดงถึงคุณภาพการศึกษาที่ดีของโรงเรียน และนโยบายที่สนับสนุนโดย โจลี พิตต์ และ UNHCR เพื่อให้ผู้ลี้ภัยทุกคนได้รับการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นประถมศึกษา นักเรียนหญิงหลายคนจาก 1,500 คนที่ผ่านการสอบที่ผ่านมาเองก็มีความคาดหวังที่จะเข้าศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาเช่นกัน
“โรงเรียนมีผลการดำเนินการที่ดีอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนับตั้งแต่ เริ่มก่อตั้ง และนอกเหนือจากการที่ผลการเรียนอันยอดเยี่ยมของนาโอมิจะแสดงถึงสภาพแวดล้อมการเรียนที่ดีและปลอดภัยในค่ายผู้ลี้ภัยแล้ว เธอยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กคนอื่นๆอีกด้วย  โมฮามุด  เฮียว เจ้าหน้าที่ด้านการศึกษา UNHCR กล่าว “พวกเราภูมิใจมากกับความสำเร็จที่เธอได้รับ”  อานูอัคนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เสริม

นาโอมิรู้ดีว่าเธอโชคดีแค่ไหนที่ได้รับการศึกษา และเข้าใจดีว่าโรงเรียนอื่นๆในคาคูมานั้นลำบากเพียงใดจากปัญหาจำนวนนักเรียนเกินอัตรา จำนวนของคุณครูที่มีคุณภาพไม่เพียงพอ และการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการศึกษาต่างๆ “ฉันโชคดีมากที่ได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนนี้ ฉันได้มีเวลากับการเรียนอย่างเต็มที่ ครอบครัวของฉันสนุบสนุนอย่างเต็มที่และย้ำเสมอว่าฉันโชคดีเพียงใดที่ได้มีโอกาสเรียนหนังสือ” นาโอมิ กล่าว

แต่เรื่องราวของนาโอมิเองก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ก่อนหน้านี้เมื่อปีพ.ศ 2551 ครอบครัวของเธอได้ลี้ภัยมาจากเซาท์ซูดานทางฝั่งแม่น้ำไนล์ตอนเหนือมายังไนโรบี เมืองหลวงของประเทศเคนย่า ครอบครัวเธออยากให้เธอได้รับการศึกษาที่ดีแต่ก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากที่บ้านยากจน จึงได้ตัดสินใจให้นาโอมิย้ายมาอยู่กับป้าของเธอที่คาคูมาและเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ 2555

เด็กผู้หญิงหลายคนในค่ายล้มเลิกความตั้งใจที่จะศึกษาต่อ “เพื่อนๆหลายคนของฉันก็อยู่กับบ้านเฉยๆ หรือบางคนก็แต่งงานไปแล้ว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ ฉันอยากเป็นศัลยแพทย์ทางประสาท ฉันชอบวิทยาศาสตร์มากและเห็นว่าไม่ค่อยมีศัลยแพทย์ทางประสาทที่เป็นผู้หญิงในเขตภูมิภาคนี้ แต่ฉันเชื่อว่าฉันทำได้” นาโอมิหวังว่าเธอจะได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนประจำ ลอริโต้ มาทุนด้า ในลอดวอร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในเขตพื้นที่ที่เธออยู่ และจะทำให้ความฝันของเธอเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น
นาโอมิยังคงฝันอยากจะเห็นความสงบที่บ้านเกิดในเซาท์ซูดานของเธอและอยากจะกลับไปร่วมพัฒนาประเทศ นับตั้งแต่ความขัดแย้งที่ยาวนานหลายปีทั้งก่อนและหลังการประกาศอิสรภาพในปีพ.ศ 2554 “การประสบความสำเร็จด้านการศึกษานับเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่ฉันจะมอบให้กับประเทศของฉันได้ เพราะฉันเชื่อว่าคนเราจะสามารถทำได้ทุกอย่างถ้าได้รับการศึกษา”  นาโอมิกล่าว

คำพูดของเธอเป็นที่ยอมรับและถูกส่งต่อไปถึงนักเรียนอีกหลายคน อย่างไรก็ตาม UNHCR กำลังพยายามอย่างมากในการจัดหาโรงเรียนให้กับนักเรียนประถมศึกษาทั้งหมดที่อยากศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียน 4 แห่งของค่ายผู้ลี้ภัยคาคูม่า 

คุณครูของนาโอมิได้ทราบดีถึงความท้าทายของภารกิจนี้ และเห็นว่าเด็กนักเรียนดีเด่นเช่นนาโอมิสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับโอกาสในการศึกษาต่อ “โชลเป็นเด็กที่เชื่อฟังและฉลาดมาก เธอทำให้พวกเราทุกคนภาคภูมิใจ สิ่งที่เธอทำไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ แต่ยังได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเด็กผู้หญิงทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ แม้ว่าจะอยู่ภายใต้สภาวะแวดล้อมเช่นใดก็ตาม”  อิซาเบลลา มูโทนี ครูใหญ่โรงเรียน กล่าว

เขียนโดย เคธี วเชียยะ และโมฮามุด  เฮียว ในค่ายผู้ลี้ภัยคาคูม่า ประเทศเคนย่า