Skip to main content

ภาษา

 

UNHCR สานต่อแนวคิด “การทำงานเพื่อมนุษยธรรม กับหลักพุทธศาสนา” สู่ระดับโลก

 

UNHCR ประเทศไทย สานต่อและยกระดับแนวคิด “การทำงานเพื่อมนุษยธรรม กับหลักพุทธศาสนา” สู่ระดับโลก เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยโลกปัจจุบันที่มีจำนวนผู้ลี้ภัยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมี โวเกอร์ เติร์ก ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยของ UNHCR จากกรุงเจนีวา พร้อมด้วย พระมหาวุฒิชัย (ว.วชิรเมธี) และแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ร่วมพูดคุย

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR จัดงานเสวนาพิเศษเพื่อสานต่อแนวคิดเรื่อง “การทำงานเพื่อมนุษยธรรมกับหลักพุทธศาสนา” หลังประสบความสำเร็จอย่างมากจากการริเริ่มเผยแพร่แนวคิดในประเทศไทยซึ่งได้จัดขึ้นเมื่อกลางปี โดยการเสวนาในครั้งนี้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน ที่โรงแรมพูลแมน อโศก ภายใต้หัวข้อ "Humanitarianism and Buddhism Discussion Series"

โวเกอร์ เติร์ก เจ้าหน้าระดับสูงและผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ด้านการให้ความคุ้มครองสากล จากสำนักงานใหญ่ UNHCR กรุงเจนีวา กล่าวว่า “เนื่องด้วยสถานการณ์ผู้ลี้ภัยโลกในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น UNHCR จึงเล็งเห็นความสำคัญของการนำพาทุกภาคส่วนของสังคมโลกร่วมกันแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยในครั้งนี้ โดยจากการประชุมที่นำโดยข้าหลวงใหญ่ฯเกี่ยวกับ “ศาสนา และการให้ความคุ้มครอง” ที่กรุงเจนีวา และผลจากการเสวนาในประเทศไทยเมื่อเดือน พฤษภาคม 2559 ที่เพิ่งผ่านมานั้น เป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ระหว่างหลักการทำงานเพื่อมนุษยธรรมซึ่งเป็นหัวใจหลักของ UNHCR และหลักคำสอนของเกือบทุกศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธซึ่งเน้นย้ำหลักความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ รวมถึงการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังได้รับความยากลำบาก ไม่ว่าจะในระดับบุคคล ระดับชาติ รวมถึงระดับสากล”

ด้าน พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว. วชิรเมธี) ในฐานะพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนา ผู้ซึ่งเป็นศูนย์รวมด้านความคิดและจิตวิญญาณของพุทธศาสนิกชนจำนวนมากในประเทศไทย และได้ร่วมเสวนากับ UNHCR เป็นครั้งที่ 2 กล่าวว่า  “พุทธศาสนานั้นมีแนวคิดและคำสอนในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขเรียกว่าสาราณียธรรม ซึ่งเน้นย้ำการนึกถึงผู้อื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน และการเข้าใจผู้อื่นให้มากขึ้นซึ่งสอดคล้องกับหลักสันติสากลที่ประชาชาติผลักดันร่วมกัน โดยสาราณียธรรมนั้นกล่าวถึงความเมตตา ความปราถนาดี และการกระทำที่ดีต่อผู้อื่นในทุกๆด้าน อย่างเช่นเมตตากายกรรมคือเมตตาโดยการกระทำ เมตตาวจีกรรมคือเมตตาโดยคำพูด เมตตามโนกรรมคือเมตตาโดยความคิด สาธารณโภคีตคือการแบ่งบันกันอย่างเท่าเทียมในสังคม สีลสามัญญตาคือความเสมอภาคในการกระทำ และทิฏฐิสามัญญตาคือความเสมอภาคทางความคิด ซึ่งโดยหลักสาราณียธรรมพื้นฐานทั้ง 6 ประการนี้จะช่วยให้สังคมโลกบังเกิดความสันติสุขและก้าวข้ามกำแพงแห่งเชื้อชาติ ชนชั้น หรือศาสนา ไปได้ในอนาคต”

นอกเหนือไปจากผู้ทรงความรู้ด้านการทำงานเพื่อมนุษยธรรมและและหลักพุทธศาสนาแล้วนั้น UNHCR ประเทศไทย ยังได้เชิญนางเอกสาวชื่อดังแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ผู้ติดตามและผู้ศึกษาหลักพุทธศาสนาจากพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี มาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดในฐานะพุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธาในคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแรงกล้า โดยแพนเค้ก เขมนิจ กล่าวว่า ”แพน ติดตามและศึกษาธรรมะจากพระอาจารย์ ว. วชิรเมธี มาระยะหนึ่งแล้วค่ะ แพนพบว่าธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าช่วยยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้น รวมถึงมองผู้อื่นด้วยความเข้าใจและเมตตามากยิ่งขึ้น และจากที่แพนได้มีโอกาสร่วมงานเปิดตัวโครงการ Nobody Left Outside หรือ เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก ของ UNHCR เมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมานั้น ทำให้แพนได้รับทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ลี้ภัยโลกซึ่งต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ดังนั้นในฐานะพุทธศาสนิกชนที่ดี เราจึงไม่ควรมองข้ามความเดือนร้อนของผู้อื่นไม่ว่าเขาจะมาจากเชื้อชาติหรือศาสนาใดๆ เพราะสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอนคือความเมตตาอย่างไร้ขอบเขตค่ะ”

สงคราม และความขัดแย้งบังคับให้ผู้คนกว่า 60 ล้านคนทั่วโลกหนีออกจากประเทศตนเอง มีชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก และต้องการความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย UNHCR จะสานต่อการแลกเปลี่ยนเพื่อจุดประกายให้ประชาคมโลกเข้าถึงหลักการทางศาสนาของทุกศาสนาที่สัมพันธ์กับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไร้ซึ่งข้อจำกัดด้านพรมแดน เชื้อชาติและศาสนา

###
สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ธนัช จรูญรัตนเมธา (มิ้นท์ UNHCR) 02-288-1389  jarulrat@unhcr.org