Skip to main content

ภาษา

 

ความหวังท่ามกลางความสูญเสียและซากปรักหักพังที่เมืองอเลปโป ซีเรีย

เด็กผู้ลี้ภัยชาวซีเรียพลัดถิ่นถืออาหารที่อาสาสมัครท้องถิ่นทำมามอบให้ที่เมืองอัล มาชาติเยห์ ทางตะวันออกของอเลปโป ในขณะที่ UNHCR และหน่วยงานพันธมิตรส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับชาวซีเรีย

 

นายซัดจาด มาลิก ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศซีเรียให้ข้อมูลว่าชาวซีเรีย 261,000 คนได้รับชุดบรรเทาทุกข์ต้านภัยหนาวแล้ว แต่ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่เนื่องจากที่พักพิงส่วนใหญ่อยู่ในอาคารที่พังเสียหายและเต็นท์พักพิงชั่วคราว

อเลปโป ประเทศซีเรีย- หน่วยงานองค์การสหประชาชาติเร่งส่งมอบชุดบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินให้กับชาวซีเรียในเมืองอเลปโป และพบกับสัญญาณแห่งความหวังในพื้นที่จากข้อมูลของนายซัดจาด มาลิก ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศซีเรีย

นายซัดจาดได้ประเมินสถานการณ์และความช่วยเหลือของชาวซีเรียในพื้นที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยได้ส่งมอบชุดบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินทันทีที่พื้นที่ในเมืองอเลปโปถูกยกเลิกการปิดล้อมเมื่อเดือนที่ผ่านมา

“จิตวิญญาณของชาวอเลปโปยังคงอยู่ พวกเขายังคงมีความหวัง และไม่ท้อถอย” นายซัดจาด ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ประสานงานหน่วยงานสหประชาชาติ และมนุษยธรรมประจำประเทศซีเรียกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาในงานแถลงข่าวสหประชาชาติจากประเทศซีเรีย

“เราจำเป็นต้องส่งมอบความช่วยเหลือให้กับผู้คนที่อยู่ในอเลปโปฝั่งตะวันออกเพื่อที่อย่างน้อยพวกเขาจะสามารถเริ่มต้นชีวิต และสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาได้อีกครั้ง” นายซัดจาด กล่าวเสริม
 

การต่อสู้ที่รุนแรงในอเลปโปเป็นระยะเวลากว่าสี่ปีได้จบลงเมื่อเดือนที่ผ่านมาหลังจากกองกำลังฝ่ายรัฐบาลได้ยึดอำนาจเข้าพื้นที่เมืองเก่า และได้มีการจัดการด้านการอพยพของประชากรในพื้นที่ และในตอนนี้สถานการณ์ในพื้นที่ฝั่งที่มีสงครามนั้นมีแนวโน้มที่จะมีการเจรจาเพื่อหาจุดจบของการต่อสู้เสียที

โดยในจำนวนประชากรชาวอเลปโปทั้งหมดหนึ่งล้านห้าแสนคนนั้น หน่วยงานของสหประชาชาติสามารถเข้าถึงในการให้ความช่วยเหลือประมาณสี่แสนคน ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกันกับจำนวนประชากรผู้พลัดถิ่นในเมืองอเลปโปทั้งหมด ครอบครัวชาวซีเรียบางครอบครัวได้ไปอาศัยอยู่กับเพื่อนหรือครอบครัวของพวกเขา อย่างไรก็ตามชาวซีเรียหลายพันคนยังคงต้องอาศัยในอาคารที่พังเสียหาย และที่พักพิงชั่วคราว UNHCR และหน่วยงานอื่นๆของสหประชาชาติรวมทั้งหน่วยงานพันธมิตรได้ให้ความสำคัญกับการส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเรื่องที่พักพิง อาหาร เชื้อเพลิง เครื่องนุ่งห่มกันหนาว น้ำสะอาด ชุดอนามัย ยารักษาโรค รวมทั้งการให้ความคุ้มครองประชากรชาวซีเรียที่หวาดกลัวจากเหตุการณ์ความขัดแย้งที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี

องค์การสหประชาชาติมีเจ้าหน้าที่กว่าหนึ่งร้อยคนในเมืองอเลปโป ที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เช่นสภากาชาดสากล สภาเสี้ยววงเดือนแดงแห่งซีเรีย และเอ็นจีโออื่นๆของซีเรีย รวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่

พ่อผู้พลัดถิ่นชาวซีเรียและลูกๆของเขาพยายามทำให้ร่างกายอบอุ่นด้วยการก่อกองไฟที่ศูนย์พักพิงรวมจิบรีนในเมืองอเลปโป © UNHCR/Hameed Maarouf
พ่อผู้พลัดถิ่นชาวซีเรียและลูกๆของเขาพยายามทำให้ร่างกายอบอุ่นด้วยการก่อกองไฟที่ศูนย์พักพิงรวมจิบรีนในเมืองอเลปโป © UNHCR/Hameed Maarouf

บางส่วนของเมืองอเลปโปนั้นยังไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้ เนื่องจากสาเหตุหลักคือยังมีการพบอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยังไม่ได้ระเบิดและมีความเสี่ยงที่จะระเบิดอยู่ในพื้นที่  โดยความช่วยเหลือในการกู้ระเบิดในพื้นที่นั้นมีความสำคัญอย่างมาก

นายซัดจาดกล่าวว่าเด็กๆเริ่มจะออกมาเดินเล่นตามท้องถนน และชาวเมืองก็เริ่มพูดถึงการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน และสภาพความเป็นอยู่แล้ว “เราต้องช่วยกันทำให้ความหวังของชาวซีเรียเป็นจริงให้ได้ ประชาชานที่นี่เข้มแข็งมาก เราต้องทำให้พวกเขาได้รับความสงบสุขอีกครั้ง และใน 4-5 วันที่ผ่านมานั้นเราก็เริ่มเห็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นแล้ว”

ระบบการส่งน้ำ รวมทั้งถังเก็บน้ำสะอาดได้ถูกซ่อมแซม และติดตั้ง เมื่อเดือนที่ผ่านมา ทำให้ชาวซีเรียหนึ่งล้านหนึ่งแสนคนนั้นสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้อีกครั้ง

ในช่วงฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัดนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความอบอุ่น โดย ณ ตอนนี้ประชาชนกว่า 261,000 คนได้รับสิ่งของบรรเทาทุกข์เช่นผ้าห่ม ที่ปูนอน เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ชุดกันความร้อน เต็นท์ครอบครัว พรม ถุงนอน ถังพลาสติกอเนกประสงค์เรียบร้อยแล้ว โดยสถานการณ์ที่อากาศยังหนาวจัดเช่นนี้ ประชาชนชาวซีเรียยังต้องการความช่วยเหลืออีกมาก นายซัดจาดกล่าว

คลีนิกเคลื่อนที่จำนวนเจ็ดแห่งรวมทั้งทีมเจ้าหน้าที่12 ชุดได้มอบบริการด้านสุขภาพ รวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์จจำนวน 70 ตันสำหรับการให้การรักษา 300,000 ครั้งในพื้นที่ห่างไกล นอกเหนือจากนั้นเด็กจำนวนเกือบ 10,500 คนได้รับวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ในขณะที่ผู้ป่วยอาการสาหัส และผู้บาดเจ็บจำนวน 1,381 คนจากทางฝั่งตะวันออกของอเลปโปได้ถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลรัฐเรียบร้อยแล้ว และประชาชนหลายหมื่นคนได้รับชุดอนามัยเรียบร้อยแล้ว

อาหารได้ถูกเร่งนำส่งในพื้นที่แล้ว ซึ่งเพียงพอสำหรับประชากร 119,500 คนสำหรับระยะเวลาหนึ่งเดือน ชุดครัวสำหรับชุมชนได้ถูกติดตั้งสำหรับทำอาหารร้อนๆแจกจ่ายผู้คนประมาณ 20,700 คนในพื้นที่พักพิง และองค์การสหประชาชาติได้มอบขนมปังอบใหม่สำหรับ 40,000 คนทุกๆวัน

องค์การสหประชาชาติได้มีการระบุเคสเด็กที่ไร้พ่อแม่ และอยู่โดยลำพังเพื่อมอบการดูแลอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดตั้งโรงเรียนชั่วคราวสำหรับเด็กที่ไร้ที่พักพิง รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนต่างๆได้ถูกส่งมอบแล้ว ซึ่งจุดมุ่งหมายของ UNHCR และหน่วยงานพันธมิตรคือการฟื้นฟูอุปกรณ์ทางการศึกษาทั้งหมดของเมืองอเลปโปให้ได้

“เรายังต้องทำงานอีกมาก และต่อเนื่องในการให้ความช่วยเหลือพวกเขา” นายซัดจาดกล่าว องค์การสหประชาชาติได้ทำงานกับองค์การส่วนตำบลเพื่อขนย้ายซากปรักหักพังจากพื้นที่อาศัยและปั้มน้ำมัน ผู้พลัดถิ่นจำนวน 115 คนได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่จัดโดยองค์การสหประชาชาติ โดยจะจัดขึ้นในพื้นที่อื่นๆในไม่ช้า

นอกเหนือจากนั้นการซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างยังต้องการความช่วยเหลือ เครื่องจักรขนาดใหญ่และทีมวิศวกรยังเป็นที่ต้องการอีกมาก ในขณะนี้องคากรสหประชาชาติได้ประเมินความต้องการในด้านนี้และอีกไม่นานจะแจ้งให้กับผู้บริจาคทราบถึงเงินทุนและความต้องการที่ยังขาดแคลน

“เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในไม่กี่วันที่ผ่านมาของพื้นที่ทางตะวันออกของอเลปโป สำหรับความคืบหน้าของโครงการต่างๆในการเคลียร์พื้นที่บนถนนหลัก ผู้คนเดินทางกลับมาในพื้นที่และเริ่มที่จะพูดถึงเรื่องการเริ่มต้นชีวิตใหม่กันแล้ว” นายซัดจาดกล่าว

นายซัดจาดได้เน้นย้ำว่าแม้ว่าการต่อสู้ที่ชายแดนอเลปโปจะจบไปแล้ว แต่การให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในซีเรียนั้นยังต้องใช้เวลาและความพยายามอีกมาก ความขัดแย้งในประเทศนั้นได้บังคับให้ชาวซีเรีย 4.86 ล้านคนลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และทำให้ประชากร 13.5 ล้านคนในประเทศต้องพึ่งพิงความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม และอีก 6.3 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศตนเอง หน่วยงานสหประชาชาติ และหน่วยงานเอ็นจีโอพันธมิตรได้ขอความช่วยเหลือในการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสำหรับปีพ.ศ 2560 ทั้งหมดจำนวน 4.69 พันล้านบาทแล้ว

ในถ้อยคำแถลงการณ์เดือนที่ผ่านมานั้น นายฟิลิปโป แกรนดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้กล่าวไว้ว่าสถานการณ์การพลัดถิ่น และความเจ็บปวดต่างๆที่ชาวอเลปโปต้องเผชิญยังอยู่ในภาวะ “เสี่ยงร้ายแรง” แต่จะถูกซ้ำรอยในสงครามอื่นๆ “และเพื่อการให้ความคุ้มครองพลเมืองในทุกที่ทั่วโลก ความขัดแย้งของประเทศซีเรียจะต้องจบลง ตอนนี้ ทันที”