Skip to main content

ภาษา

 

เส้นทางเสี่ยงชีวิตจากซีเรียถึงยุโรป

อมินและฮานันหยุดพักกับลูกๆที่ท่าเรือออกัสตา เกาะซิซิลี

 

พระอาทิตย์ส่องสว่างเหนือท่าเรืออกัสตาของเกาะซิซิลีทางตะวันออก ที่ที่ผู้คนกว่า 446 ชีวิตได้เหยียบพื้นดินอีกครั้งหลังจาก 8 วันของการเดินทางโดยเรือ ผู้คนอัดแน่นบนเรือหาปลาที่ใช้เดินทางมาด้วยความกังวลว่าจะสามารถรอดชีวิตถึงฝั่งหรือไม่ และหลายคนยังแทบไม่เชื่อว่าตัวเองเดินทางมาถึง และยังมีชีวิตอยู่

“ขอบคุณประเทศอิตาลี ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉัน” ชายคนหนึ่งกล่าวขณะเดินออกจากเรือกู้ภัยในผ้าโพกศรีษะที่ปกป้องเขาจากแสงแดดอันแผดเผา
เขาและผู้ร่วมเดินทางที่รวมถึงผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก เดินทางมาจากเมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์อย่างอับจนหนทางและถึงฝั่งเมื่อวันที่ 22 เมษายนเป็นเรือลำแรกที่สามารถขึ้นฝั่งทวีปยุโรปจากการเดินทางด้วยเส้นทางนี้นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557

หนึ่งในผู้เดินทางคือหญิงชราชาวซีเรียคนหนึ่งที่ข้อเท้าบวม เธอดิ้นรนเดินทางมากับลูกสาวและหลานชาย เมื่อเรือถึงชายฝั่ง ก็มีรถเข็นรอรับเธอไปหลบแดดในเต็นท์ เธอดื่มน้ำอย่างกระหาย ริมฝีปากของเธอแห้งแตกจากการขาดน้ำอย่างหนัก “ฉันนอนไม่หลับเลย จะเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้” เธอกล่าวระหว่างดื่มน้ำ

ผู้เดินทางคนอื่นๆมาจากประเทศอิรัก ซีเรีย โซมาเลีย เอริเทรีย และซูดาน ที่ลี้ภัยสงครามหรือประสบปัญหาความยากจนในประเทศ โดยในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 59 คนและหญิงตั้งครรภ์อีก 2 คน


อมินและครอบครัวขึ้นฝั่งจากเรือกู้ภัยที่ท่าเรือออกัสตา เกาะซิซิลีผด้วยความเหนื่อยล้าและผิวเกรียมแดด ©UNHCR/F. Malavolta
อมินและครอบครัวขึ้นฝั่งจากเรือกู้ภัยที่ท่าเรือออกัสตา เกาะซิซิลีผด้วยความเหนื่อยล้าและผิวเกรียมแดด ©UNHCR/F. Malavolta

ครั้งแรกที่พบอมินกับฮานันผู้เป็นภรรยา และลูกๆ3คน พวกเขากำลังต่อคิวเพื่อตรวจสุขภาพหลังจากขึ้นฝั่ง จามัลลูกชายคนเล็กวัย 3 ขวบสวมรองเท้าพลาสติกสีชมพูที่ได้จากเจ้าหน้าที่กู้ภัย “ดูดีมากเลย” ฉันชี้ไปที่รองเท้าของเขา และจามัลก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

ฮานันดูเหนื่อยล้ามากจากการเดินทางบนเรือที่เสี่ยงภัยเป็นระยะเวลา 8 วัน และอีกเกือบ 5 เดือนของการลี้ภัยจากซีเรีย ของทุกอย่างของครอบครัวเธออยู่ในกระเป๋าเดินทางใบเล็ก 2 ใบและนั่นคือทุกอย่างที่เอามาได้จากชีวิตที่พวกเขาเคยมี

หลังจากผ่านพื้นที่แรกรับ พวกเขารับประทานอาหารกลางวันจากกล่องข้าวที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ทันทีที่พวกเขาเดินทางมาถึง ครอบครัวหลายครอบครัวนอนลงบนเตียงที่ค่ายเพื่อพักจากความเหนื่อยล้า อย่างน้อยก็ตอนนี้ที่พวกเขาไม่ได้ฝันร้ายอีกต่อไป

“เป็นอย่างไรบ้าง เอาบิสกิตซักหน่อยไหม” อมินถามในขณะยื่นบิสกิตเพื่อแบ่งให้ฉัน ฉันส่ายหัวและถามว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรบ้าง
“เหนื่อยมาก” ฮานันตอบด้วยรอยยิ้มที่เหนื่อยล้า ใบหน้าของเธอพันด้วยผ้าพันคอ ผิวของเธอและสามีไหม้เกรียมจากแดดหลังจากการเดินทางบนเรือเป็นระยะเวลา 8 วันในเมดิเตอร์เรเนียน ฉันสังเกตุเห็นรองเท้าที่ขาดรุ่ยของอมิน
 

สีหน้าแสดงความโล่งใจของ ฟาติมาวัย 5 ขวบและจามัลวัย 3 ขวบที่เดินทางมาถึงฝั่งโดยปลอดภัยหลังจากการเดินทางที่น่าหวาดกลัวกลางทะเลเป็น ระยะเวลา 8 วัน ©UNHCR/F. Malavolta
สีหน้าแสดงความโล่งใจของ ฟาติมาวัย 5 ขวบและจามัลวัย 3 ขวบที่เดินทางมาถึงฝั่งโดยปลอดภัยหลังจากการเดินทางที่น่าหวาดกลัวกลางทะเลเป็น ระยะเวลา 8 วัน ©UNHCR/F. Malavolta

อมินและฮนันพบกันเมื่อ 13 ปีก่อนที่โรงเรียนในเมืองดามัสกัสประเทศซีเรีย อมินเป็นคุณครูคณิตศาสตร์และฮนันเป็นคุณครูศิลปะสอนวาดรูปและประติมากรรม พวกเขาหมั้นหมายกัน 3 ปีก่อนที่ครอบครัวของฮนันยอมรับอมินเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว “เรามีช่วงเวลาที่ดีด้วยกันหลายปี” อมินกล่าวและยิ้มให้ภรรยาของเขา

แต่เมื่อสงครามที่เกิดขึ้นในซีเรียรุนแรงมากเกินที่จะทนไหวทั้งครอบครัวจึงจำเป็นต้องลี้ภัย และหนทางเดียวที่จะได้รับความปลอดภัยที่พวกเขาคิดออกคือการเดินทางด้วยเรือจากอียิปต์ไปยังยุโรป พวกเขาเลยตัดสินใจนั่งเครื่องบินมาลงที่ซูดาน และขึ้นรถกระบะข้ามทะเลทรายมา “เมื่อเราเดินทางมาถึงอียิปต์เราก็ไปที่ทะเลทันที แต่สุดท้ายพวกเราทั้งหมดก็โดนจับโดยตำรวจชายฝั่งอียิปต์

แม้ว่าครอบครัวของอมินจะถูกกักตัวเป็นเวลา 11 วันแต่สุดท้ายการกักตัวได้กลายมาเป็นเรื่องดีแก่ครอบครัวของเขา “ในวันที่ 6 กันยายน เรือที่พวกเราจะนั่งไปในตอนแรกล่มกลางทะเล แต่พวกเราอยู่ในคุกเลยรอดชีวิต” 

ฮานัน คุณครูสอนศิลปะจากซีเรียกอดลูกคนเล็กสองคนของเธอในเต็นท์ที่ท่าเรือออกัสตา เกาะซิซิลี หลังจากเดินทางมาถึงชายฝั่งอย่างปลอดภัยจากการเดินทางข้ามทะเลมรณะเป็นเวลา 8 วัน ©UNHCR/F. Malavolta
ฮานัน คุณครูสอนศิลปะจากซีเรียกอดลูกคนเล็กสองคนของเธอในเต็นท์ที่ท่าเรือออกัสตา เกาะซิซิลี หลังจากเดินทางมาถึงชายฝั่งอย่างปลอดภัยจากการเดินทางข้ามทะเลมรณะเป็นเวลา 8 วัน ©UNHCR/F. Malavolta

หลังจากครอบครัวได้รับการปล่อยตัว อมินพยายามที่จะใช้ชีวิตในประเทศอียิปต์ เขาทำงานทุกอย่างที่สามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง ขายปลาที่ตลาด เป็นระยะเวลา 3 เดือนเพื่อหาเงินเยียวยาครอบครัว ชีวิตยากลำบาก และการเดินทางข้ามเมดิเตอร์เรเนียนก็มีความเสี่ยงมากขึ้นเกินจะรับไหว

หลังจากการเดินทางระยะเวลา 8 วันกลางทะเล วันนี้แม้จะมีอาหารและน้ำอันน้อยนิด ครอบครัวของอมินก็มีความสุขที่อย่างน้อยพวกเขาก็รอดชีวิตมาได้ ภายใต้ร่มเงาของเต็นท์ร่วมกับอีกกว่า 100 ครอบครัวที่เบียดเสียดก็ยังมีรอยยิ้มที่อบอุ่นแม้จะเจือด้วยความเหนื่อยล้าให้ได้เห็น

เด็กๆมักจะเป็นกลุ่มที่ฟื้นฟูสภาพจิตใจได้เร็วที่สุด วาสซิมลูกชายคนโตวัย 8 ขวบกัดแอปเปิ้ลอย่างมีความสุขพร้อมพูดว่า “อร่อยจังเลย” พร้อมชูนิ้วโป้ง
ในที่สุดครอบครัวของอมินก็ได้พักผ่อนในคืนนี้ และเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น