Skip to main content

ภาษา

 

รายการข่าว 3 มิติโครงการ Nobody Left Outside และผู้ลี้ภัยซูดานใต้

 

สรุป 6 เดือนโครงการ Nobody left outside ออกอากาศรายการข่าว 3 มิติวันที่ 15 เมษายน 2560

จากสถานการณ์สงครามทั่วโลกส่งผลให้ตัวเลขผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นสูงสุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ลี้ภัยมากกว่า 65 ล้านคน ต้องลี้ภัยในประเทศต่างๆ และกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ จนเกิดปัญหาไม่มีที่พักพิงที่ปลอดภัย สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR จึงเปิดแคมเปญระดับโลก Nobody Left Outside เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก เพื่อระดมทุนจัดหาที่พักพิงที่ปลอดภัยให้กับผู้ลี้ภัย ซึ่งข่าว 3 มิติร่วมเป็นส่วนใหญ่ในโครงการนี้ด้วย พบว่า 6 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ลี้ภัยได้รับความช่วยเหลือ กว่า 7 แสนคนทั่วโลก

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ รายงานผล 6 เดือนการระดมทุนในแคมเปญ Nobody Left Outside เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก พบว่ามีผู้บริจาคทั่วโลก จำนวนกว่า 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 85 ล้านบาท สามารถช่วยเหลือผู้ลี้ภัยกว่า 7 แสน 8 หมื่นคน คนทั้งในทวีปแอฟริกา ตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ทวีปยุโรป ภูมิภาคลาตินและอเมริกากลาง ในจำนวนนี้มีผู้ลี้ภัย กว่า 1 แสนคน ได้รับเงินช่วยเหลือด้านที่พักพิงและการดำรงชีวิต กว่า 6 หมื่น 8 พันคน ได้รับเต้นท์ที่ปลอดภัยและอบอุ่น กว่า 2 หมื่นคน ได้รับที่พักพิงชั่วคราว กว่า 1 หมื่น 6 พันคนได้รับผ้าพลาสติกกันแดดฝน และกว่า 1 หมื่น 2 พันคน ได้รับที่ดินเพื่อเพาะปลูกและที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย

สำหรับเงินบริจาคส่วนหนึ่งมาจากคนไทย ที่บริจาคผ่านกิจกรรมต่างๆ ของ UNHCR โดยข่าว 3 มิติได้ลงพื้นที่ประเทศเลบานอนเพื่อถ่ายทอดชีวิตผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี จัดโครงการประมูลศิลปะเพื่อผู้ลี้ภัย และคุณปู ไปรยา ทูตสันถวไมตรีของ UNHCR ลงพื้นที่ประเทศจอร์แดน เพื่อดูตัวอย่างการได้รับความช่วยเหลือเรื่องพื้นที่ปลอดภัยของผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย โครงการนี้ตั้งเป้า 2 ปีต้องระดมทุนให้ได้ 4.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 145 ล้านบาท ปีนี้ยังมีความต้องการงบประมาณอีกกว่า 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรืออีกว่า 50 ล้านบาท เพื่อมอบให้ผู้ลี้ภัยอีกกว่า 1 ล้าน 2 แสนคนที่ยังรอคอยความช่วยเหลือ สามารถบริจาคได้ผ่าน SMS ช่วยเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม โดยพิมพ์ 30 ส่งมาที่ 4642789
#ข่าว3มิติ

วิกฤตผู้ลี้ภัยซูดานใต้ :สงครามและความอดอยาก

อกอากาศรายการข่าว 3 มิติวันที่ 15 เมษายน 2560
จากปัญหาผู้ลี้ที่มีจำนวนมาก ล่าสุดองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ประเทศซูดานใต้ เยเมน โซมาเลีย และไนจีเรีย ประสบภาวะอดอยาก โดยเฉพาะซูดานใต้ เกิดวิกฤตรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี ส่งผลให้ ชาวซูดานใต้กว่า 1 ล้าน 6 แสนคน ต้องลี้ภัยไปประเทศต่างๆ และอีกกว่า 3 ล้านคนเป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง และมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตในปีนี้หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน UNHCR จึงมีโครงการระดมทุนช่วยเหลือเด็กและครอบครัวจากภัยส่งครามและความอดอยากที่ประเทศซูดานใต้ ซึ่งกำลังเกิดวิกฤติผู้ลี้ภัยที่หนักที่สุดในแอฟริกา และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

เซซิเลีย โอบรี หนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้ที่ต้องพาลูกๆหนีภัยสงครามและความอดอยาก มายังค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศ เคนย่า เพราะประเทศของเธอกำลังเผชิญภัยแล้งที่รุนแรง ไม่มีแม้แต่ฝน และเต็มไปด้วยความไม่ปลอดภัย
เช่นเดียวกับ เอ็มมานูเอล เอ็มโบรี ต้องกลายเป็นหัวหน้าครอบครัว ดูแลน้องสาว 6 คน ที่ลี้ภัยมายังสาธารณรัฐคองโก ด้วยวัยเพียง 16 ปี เขาต้องสูญเสียแม่ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธยิงเสียชีวิตในซูดานใต้ แม้ซูดานใต้จะเป็นประเทศเกิดใหม่ที่สุดในโลก แยกตัวเป็นเอกราชจากประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม 2554 หรือ เมื่อ 6 ปีก่อน แต่ความขัดแย้งภายในประเทศระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มต่อต้าน ส่งผลให้เกิดสงครามกลางเมือง ชาวซูดานใต้กว่า 3 ล้านคนกลายเป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศ และ กว่า 1 ล้าน 6 แสนคน ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย

นายกัณวีร์ สืบแสง อดีตหัวหน้าสำนักงานภาคสนาม UNHCR เมืองรุมเบค ประเทศซูดานใต้ เป็นคนไทยที่ได้ไปทำงานในประเทศซูดานใต้ 3 ปี เล่าให้ฟังถึงที่มาของปัญหาที่ซูดานใต้กำลังเผชิญวิกฤตผู้ลี้ภัยที่หนักที่สุดในแอฟริกา และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากซีเรีย และอัฟกานิสถาน นอกจากความรุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 5 หมื่นคนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ล่าสุด 8 เดือนที่ผ่านมา ชาวซูดานใต้กว่า 1 ล้านคนต้องลี้ภัยจากการถูกฆ่า ข่มขืน การลักพาตัว การบังคับให้เป็นทหารเด็ก แรงงานทาส ซึ่งส่วนใหญ่เป็น เด็ก และผู้หญิง ที่กำลังประสบภาวะขาดแคลนอาหาร

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้ประเทศซูดานใต้ โซมาเลีย และไนจีเรีย ประสบภาวะอดอยาก โดยเฉพาะซูดานใต้ พบว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากความอดอยากมากกว่า 2 คนต่อวัน จากจำนวน 1 หมื่นคน และในจำนวน 100 คนจะมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ 30 คนเป็นโรคขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ทั้งองค์การอาหารโลก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ องค์การยูนิเซฟ จึงแสดงความห่วงใยในเรื่องนี้ และ องค์การด้านความมั่นคงทางอาหาร ออกแถลงการณ์ระบุว่า ประชากรซูดานใต้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 หรือกว่า 4 ล้านคนตกอยู่ในภาวะต้องการอาหารอย่างเร่งด่วน

วิกฤตผู้ลี้ภัยชายแดนใต้มีทั้งผู้พลัดถิ่นภายในประเทศที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก และกำลังลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง ยูกันดา เคนยา เอธิโอเปีย ไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศซูดานที่ซูดานใต้แยกตัวมาเป็นเอกราชแล้ว และภาวะความอดอยากกำลังเป็นวิกฤตให้กับประเทศยูกันดา ที่เป็นหนึ่งในประเทศยากจนที่สุดในโลกต้องดูแลผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้กว่า 8 แสนคน ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ข่าว 3 มิติรายงาน
  #ข่าว3มิติ

เปิดใจเจ้าหน้าที่ UNHCR คนไทยที่ทำงานช่วยผู้ลี้ภัยซูดานใต้ 

ออกอากาศรายการข่าว 3 มิติวันที่ 16 เมษายน 2560
วิกฤติผู้ลี้ภัยซูดานใต้ที่รุนแรงที่สุดในทวีปแอฟริกาและมากเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากซีเรียและอัฟกานิสถาน ทำให้องค์การสหประชาชาติขอความช่วยเหลือจากประชาคมโลกโดยเฉพาะการเผชิญภาวะความอดอยากชาวซูดานใต้กว่า 5 ล้านคนเสี่ยงที่จะเสียชีวิตหากไม่ได้รับความช่วยเหลือภายในปีนี้ และเป็นเหตุผลให้ชาวซูดานใต้ต้องลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านไม่เว้นแม้แต่ประเทศซูดานที่แยกเป็นอิสระมาแล้วยังต้องดูแลผู้ลี้ภัยซูดานใต้กว่า 3 แสนคน ติดตามชีวิตผู้ลี้ภัยซูดานใต้จากเจ้าหน้าที่คนไทยของยูเอ็นเอชซีอาร์ที่ทำงานในประเทศซูดานใต้และซูดานมากว่า 3 ปี

นี่คือชีวิตชาวซูดานใต้ที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศและอยู่ในการดูแลของ UNHCR ที่เมืองรุมเบค ประเทศซูดานใต้ พวกเขาลี้ภัยจากบ้านมาอยู่ในที่ปลอดภัย แม้จะมีความช่วยเหลือจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แต่ไม่เพียงพอ กับความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก จากสภาพเดิมของประเทศที่ยากจน ทำให้ ลูกตาล และใบไม้ กลายเป็นอาหารที่พอประทังชีวิตสำหรับพวกเขา
นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าสำนักงานภาคสนามเมืองอัลฟาช่า รัฐดาร์ฟูเหนือ ประเทศซูดาน //อดีตหัวหน้าภาคสนามเมืองรุมเบค ประเทศซูดานใต้ UNHCR  เล่าถึงสภาพความเป็นอยู่ของผู้พลัดถิ่นภายในประเทศชาวซูดานใต้ ในเมืองรุมเบค ที่เขาเคยเป็นหัวหน้าภาคสนามของ UNHCR เป็นเวลา 3 ปี ก่อนมาประจำที่เมืองอัลฟาช่า รัฐดาร์ฟูเหนือ ประเทศซูดาน ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้ได้ดูแลผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้ที่ลี้ภัยมายังประเทศซูดาน และเห็นสภาพปัญหาทั้งที่เกิดขึ้นภายในประเทศ เฉพาะเมืองรุมเบค ซูดานใต้ มีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 1 แสนคน จากจำนวนกว่า 3 ล้านคน หรือกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ และลี้ภัยไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ยูกันดา กว่า 8 แสนคน และ ซูดานที่มีมากกว่า 3 แสนคนแล้ว

วิกฤตผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้ ที่สหประชาชาติประกาศให้ประเทศซูดานใต้ประสบภาวะอดอยาก ทำให้ปัญหาผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้ รุนแรงที่สุดในทวีปแอฟริกาและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากซีเรีย และอัฟกานิสถาน ในขณะที่สหประชาชาติมีงบประมาณเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ในการดูแลผู้ลี้ภัยซูดานใต้

ในฐานะคนไทยที่ได้ทำงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยซูดานใต้มากว่า 3 ปี และในประเทศไทยอีกกว่า 5 ปี นายกัณวีร์ มองว่า ปัญหาผู้ลี้ภัยไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับคนไทย เพราะวันหนึ่งอาจเกิดขึ้นกับตัวเรา นอกจากต้องเรียนรู้แล้ว การเข้าใจและร่วมช่วยเหลือเป็นสิ่งหนึ่งที่คนไทยสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้

สภาพเด็กชาวซูานใต้ เช่น เด็กชายฮาซาเนียวัย 2 ขวบ เด็กชายนัวโร วัย 4 ขวบ ที่กำลังป่วยจากโรคขาดสารอาหารและความอดอยากจึงเป็นภาวะเร่งด่วนที่ UNHCR เปิดโครงการระดมทุนช่วยเหลือทั้งการมีที่พักพิงที่ปลอดภัย การรักษาทางการแพทย์ การสร้างศูนย์โภชนาการและสุขอนามัยที่สะอาด เพื่อช่วยชีวิตเด็กและครอบครัวจากภัยสงครามและความอดอยาก
สำหรับการระดมทุนช่วยเหลือผู้ลี้ภัยซูดานใต้ที่กำลังประสบภาวะสงครามและความอดอยาก ทาง UNHCR ประเทศไทย มีการเปิดบริจาคผ่าน SMS โดยพิมพ์ 30 ส่งมาที่ 4642789
#ข่าว3มิติ

จากวิกฤติสงครามและความอดอยากที่เกิดขึ้น UNHCR จึงเปิดระดมทุนเพื่อนำไปช่วยเหลืออย่างเร่ด่วน ท่านสามารถบริจาคได้ผ่านทาง  บริจาคช่วยชีวิตพวกเขาได้ที่ www.unhcr.or.th/famine หรือ บริจาคทาง SMS 30 บาท พิมพ์ 30 ไปที่ 4642789