Skip to main content

ภาษา

 

จุดวิกฤติที่ใกล้เข้ามาของรัฐบาลยูกันดา UNHCR เรียกร้องความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้

 

แถลงการณ์ร่วมกันระหว่าง UNHCR และรัฐบาลยูกันดา

รัฐบาลยูกันดาและนายฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติร่วมเรียกร้องความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศวันนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้หลายแสนคนที่ลี้ภัยมาที่ประเทศยูกันดาเพื่อเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ความขัดแย้งและปัญหาความอดอยาก

ตอนนี้ประเทศยูกันดารองรับผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้มากกว่า 800,000 คน โดย 572,000 คนคือกลุ่มที่ลี้ภัยมาที่ยูกันดาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 และต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน โดยแนวโน้มของจำนวนผู้ลี้ภัยจะมีมากกว่าหนึ่งล้านคนเร็วๆนี้
ตั้งแต่ต้นปีพ.ศ 2560 มีชาวซูดานใต้ลี้ภัยมายังยูกันดาแล้ว 172,000 คน โดยในเดือนมีนาคมเฉลี่ยวันละ 2,800 คน

“ประเทศยูกันดายังคงเปิดชายแดนอยู่ แต่จำนวนของผู้ลี้ภัยที่เพิ่มจำนวนขึ้นมากทำให้การบริการด้านต่างๆรวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานของยูกันดาเกินที่จะรองรับไหว ขณะนี้เรายังคงต้อนรับเพื่อนบ้านของเราเพื่อช่วยเหลือพวกเขาในยามที่เดือดร้อน แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องการความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังเป็นวิกฤติเช่นกัน” นายรูฮากานา รูกุนดา นายกรัฐมนตรียูกันดา กล่าว

“เรากำลังมาถึงจุดวิกฤติ ยูกันดาไม่สามารถที่จะแบกรับวิกฤติผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดของแอฟริกาได้เพียงลำพัง การที่ประชาคมระหว่างประเทศไม่ให้ความสนใจต่อความทุกข์ทรมานของชาวซูดานใต้ก็คือการทำให้กลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในโลกที่ต้องการความช่วยเหลือจากเรามากที่สุดผิดหวัง” นายฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าว

การขาดเงินบริจาคที่สะสมยาวนานทำให้เราถึงจุดวิกฤติที่ทำให้การช่วยชีวิตอยู่ในจุดที่เสี่ยงและอันตราย การให้การบริการด้านการเดินทางและศูนย์รองรับนั้นเกินอัตราที่จะสามารถรองรับไหว ความท้าทายที่สำคัญคือการให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร สุขอนามัย การศึกษา น้ำสะอาดที่เพียงพอ ตอนนี้สถานการณ์นั้นเลวร้ายลงอีกจากสภาพอากาศที่มีฝนตกอย่างหนัก ตอนนี้ UNHCR ต้องการเงินทุนสนับสนุนเร่งด่วนเป็นจำนวนมากกว่า 250 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้ในยูกันดาสำหรับปีพ.ศ 2560

การให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยของประเทศยูกันดานั้นถือว่ามีความคืบหน้ามากที่สุดในทวีปแอฟริกา นอกเหนือจากการรองรับผู้ลี้ภัยแล้ว ผู้ลี้ภัยยังได้รับที่ดินเล็กๆสำหรับตั้งถิ่นฐานเพื่อที่จะปรับตัวเข้ากับชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย ซึ่งเป็นแนวทางต้นแบบที่สามารถทำให้ผู้ลี้ภัยและชุมชนท้องถิ่นสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้ โดยในพื้นที่ภาคกลางและตะวันตกเฉียงใต้ของยูกันดาพื้นที่สำหรับตั้งถิ่นฐานใหม่ถูกจัดเตรียมให้โดยรัฐบาลยูกันดา ส่วนทางตอนเหนือของประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้อาศัยอยู่นั้นที่ดินจะถูกบริจาคจากชุมชนท้องถิ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโอบอ้อมอารีของผู้คนท้องถิ่นที่มีต่อผู้ลี้ภัยที่ต้องหนีจากสงครามและความขัดแย้ง

ซึ่งเพราะเหตุผลต่างๆนี้ได้ทำให้ยูกันดากลายเป็นประเทศต้นแบบที่ได้มอบแนวทางที่ครอบคลุมด้านการให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัย รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยมีเป้าหมายด้านการพัฒนา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ลี้ภัย และชุมชนท้องถิ่นที่ช่วยเหลือพวกเขา ซึ่งแนวทางต้นแบบนี้นั้นได้ปรับใช้จากส่วนหนึ่งของปฏิญญานิวยอร์กเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและแรงงานข้ามชาติในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติปีที่ผ่านมา และได้ปรับใช้กับเหตุการณืพลัดถิ่นอื่นๆเพื่อมอบความหวังให้กับผู้ลี้ภัยทั่วโลก อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ที่เงินทุนขาดแคลนอย่างหนัก และสถานการณ์ผู้ลี้ภัยเร่งด่วนที่จำนวนผู้ลี้ภัยที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก ความสามารถของยูกันดาที่จะให้ความช่วยเหลือในด้านนี้ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงแนวทางการรับมือกับวิกฤติผู้ลี้ภัยนี้ในอนาคตข้างหน้าด้วย