Skip to main content
UNHCR: The UN Refugee Agency (Thailand) logo UNHCR: The UN Refugee Agency (Thailand)

ภาษา

  • English
  • ภาษาไทย

ค้นหา

  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • ประวัติยูเอ็นเอชซีอาร์
    • ยูเอ็นเอชซีอาร์ในไทย
    • บุคคลากรยูเอ็นเอชซีอาร์
    • ติดต่อเรา
  • เกี่ยวกับผู้ลี้ภัย
    • ผู้ลี้ภัยคือใคร
    • ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย
    • เรื่องราวของผู้ลี้ภัย
    • อนุสัญญาผู้ลี้ภัย
  • การทำงานของเรา
    • ให้ความคุ้มครอง
    • การฝึกอาชีพ
    • การตั้งถิ่นฐานที่มากที่สุดในโลก
    • ผู้ลี้ภัยที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
    • ภัยพิบัติ และกรณีฉุกเฉิน
  • สนับสนุนยูเอ็นเอชซีอาร์
    • ระดมทุนผ่านพนักงานโดยตรง
    • มุมผู้บริจาค
    • รายงานเรื่องการระดมทุน
    • รายงานประจำปี
    • ตารางบูธระดมทุนของยูเอ็นเอชซีอาร์
  • สำนักงานของเรา
    • ทั่วโลก
    • ประเทศไทย
    • กาญจนบุรี
    • แม่ฮ่องสอน
    • ตาก
  • จดหมายข่าว
  • หน่วยงานที่ทำงานกับเรา
  • ข่าว
    • ยูเอ็นเอชซีอาร์ในข่าว
    • รูปภาพ
    • สมัครงาน
    • สถิติ
    • รายงานล่าสุด
    • วิดีโอ UNHCR
หน้าแรก › เกี่ยวกับเรา › ยูเอ็นเอชซีอาร์ในไทย

ยูเอ็นเอชซีอาร์ในไทย

ยูเอ็นเอชซีอาร์ในไทย

การดำเนินงานของยูเอ็นเอชซีอาร์ในประเทศไทย- ข้อเท็จจริงเบื้องต้น รัฐบาลไทยได้เชิญยูเอ็นเอชซีอาร์เข้าร่วมดำเนินงานในประเทศในปี พ.ศ. 2518 เมื่อผู้ลี้ภัยจำนวนหลายแสนคนจากกัมพูชา ลาว และเวียดนามหลั่งไหลเข้ามายังประเทศไทย เหตุการณ์นั้นถูกเรียกกันว่า วิกฤติผู้ลี้ภัยชาวอินโดจีน ผู้ลี้ภัยจำนวนมากกว่า 1,300,000 คนได้รับการช่วยเหลือจากประเทศไทยมาเป็นระยะเวลาหลายปี

ในวันนี้มีผู้ลี้ภัยที่ได้รับการลงทะเบียนแล้วราว 95,000 คนและผู้ขอลี้ภัยอีกราว 9,000 คนในประเทศไทย ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยจากพม่า ส่วนใหญ่เป็นชาวเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่ากะเหรี่ยงแดง พวกเขาพักอาศัยอยู่ในค่ายพักพิงชั่วคราวจำนวนเก้าแห่งในสี่จังหวัดชายแดนไทย-พม่า รัฐบาลไทยเป็นผู้ดำเนินการในค่ายทุกแห่ง โดยได้รับความช่วยเหลือเกือบทั้งหมดจากองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ในขณะที่ยูเอ็นเอชซีอาร์มุ่งเน้นในเรื่องการให้ความคุ้มครองและโครงการดำเนินงานที่ทำให้แน่ใจได้ว่าผู้ลี้ภัยมีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยและได้รับการรักษาความปลอดภัยพอสมควรภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราว

ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการร้องขอให้ผู้ลี้ภัยได้รับอิสรภาพมากขึ้นเพื่อเดินทางเข้าและออกจากพื้นที่พักพิงชั่วคราวทั้งเก้าแห่งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้ามาทำงานในภาคเศรษฐกิจที่ขาดแคลนแรงงานของไทย

ด้วยความหวังอันริบหรี่ที่ผู้ลี้ภัยชาวพม่าในพื้นที่พักพิงชั่วคราวจะได้กลับบ้านในเร็ววัน ผู้ลี้ภัยจำนวนมากแสดงความสนใจที่จะเข้าไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม นับตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานใหม่เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2548 ผู้ลี้ภัยจำนวนมากกว่า 55,000 คนจากพม่า (และจำนวนอีกเล็กน้อยจากประเทศอื่น ๆ) ได้เดินทางออกจากประเทศไทยเพื่อเข้าไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศอื่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลียได้รับรองที่จะรองรับผู้ลี้ภัยจำนวนมากจากประเทศไทย ประเทศอื่น ๆ ที่รองรับผู้ลี้ภัยในการตั้งถิ่นฐานใหม่ได้แก่ ฟินแลนด์ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน

ยูเอ็นเอชซีอาร์มีเจ้าหน้าที่คนไทยจำนวน 78 คน และเจ้าหน้าที่ต่างชาติจำนวน 25 คนดำเนินงานอยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่จำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งทำงานนอกสถานที่ในค่ายพักพิงชั่วคราวดังนี้ กาญจนบุรี (เจ้าหน้าที่ไทย 9 คน เจ้าหน้าที่ต่างชาติ 3 คน) แม่สอด (เจ้าหน้าที่ไทย 14 คน เจ้าหน้าที่ต่างชาติ 4 คน) แม่ฮ่องสอน (เจ้าหน้าที่ไทย 11 คน เจ้าหน้าที่ต่างชาติ 1 คน) และแม่สะเรียง (เจ้าหน้าที่ไทย 11 คน เจ้าหน้าที่ต่างชาติ 3 คน) ในกรุงเทพฯ มีเจ้าหน้าที่ไทย33 คน และเจ้าหน้าที่ต่างชาติ 14 คน ปฏิบัติงานในสำนักงาน

แปลโดย คุณณพมาศ เขียววิมล

เรื่องเด่น

  • โรงแรม Baltimore รับผู้ลี้ภัยเป็นพนักงาน
  • การบริจาคครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด มูลนิธิอิเกียบริจาค 62 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,853.18 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยโซมาเลีย ในค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • รัฐบาลนานาชาติร่วมบริจาคเงิน 576.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับยูเอ็นเอชซีอาร์ ในปี พ.ศ. 2554 เป็นยอดเงินสูงที่สุดจากการระดมทุนเพียงครั้งเดียว
  • ยูเอ็นเอชซีอาร์เร่งอพยพ ผู้ประสบภัยออกจากลิเบีย
  • ยูเอ็นเอชซีอาร์ขอเวลาให้ผู้ลี้ภัยมากขึ้นเพื่อรับรองความปลอดภัยก่อนส่งกลับพม่า

facebook inside block

twitter inside block

Follow us
รับจดหมายข่าว
  • ติดต่อเรา
  • เว็บไซต์ยูเอ็นเอชซีอาร์สำนักงานใหญ่
  • RSS Subscribe

© UNHCR 2001 - 2010

Opendream